
วงจรกรีซเลวร้าย
แม้กรีซจะสามารถต่อลมหายใจไปได้ด้วยการยอมปฏิรูปแลกกับเงินช่วยเหลือ 8.6 หมื่นล้านยูโร (ราว 3.1 ล้านล้านบาท) อย่างไรก็ตามกรีซยังคงมีหนี้มหาศาลที่รอการชำระ และยังมีเศรษฐกิจย่ำแย่ที่ต้องแก้ไข
แม้กรีซจะสามารถต่อลมหายใจไปได้ด้วยการยอมปฏิรูปแลกกับเงินช่วยเหลือ 8.6 หมื่นล้านยูโร (ราว 3.1 ล้านล้านบาท) อย่างไรก็ตามกรีซยังคงมีหนี้มหาศาลที่รอการชำระ และยังมีเศรษฐกิจย่ำแย่ที่ต้องแก้ไข
วูลฟ์กัง มุนชู นักคอลัมนิสต์ผู้เชี่ยวชาญด้านสหภาพยุโรป (อียู) และเศรษฐกิจยุโรปของหนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทมส์ แสดงทัศนะว่า ไซปราสไม่ควรรับข้อเสนอของบรรดาเจ้าหนี้ แต่ควรทำตามแผนการสำรองของยานิส วารูฟากิส อดีตรัฐมนตรีคลังกรีซ ที่เสนอให้กรีซรีบใช้ค่าเงินคู่ขนานทันทีที่ธนาคารต้องปิดตัวเพื่อหลีกเลี่ยงการล้มละลาย
ดังนั้น มุนชู จึงระบุว่า เกร็กซิต หรือการที่กรีซจะต้องออกจากยูโรโซน ยังคงมีโอกาสเกิดขึ้นอีก โดยมีโอกาสเกิดขึ้นได้ 3 ทาง คือ ทางแรก กรีซไม่ได้รับเงินช่วยเหลือก้อนล่าสุด เนื่องจากเงินช่วยเหลือดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนที่ต้องผ่านรัฐสภาต่างๆ ของแต่ละประเทศในยุโรป ทางที่สอง กรีซรับเงินช่วยเหลือไป แต่ไม่สามารถกู้เศรษฐกิจและปรับลดปริมาณหนี้ได้
ในขณะที่ประการสุดท้าย มุนชู ระบุว่า มีความเป็นไปได้มากสุด คือ กรีซได้รับเงินช่วยเหลือ และเมื่อเงินช่วยเหลือหมดอายุในอีก 3 ปีข้างหน้า กรีซและบรรดาเจ้าหนี้จะกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจาอีกครั้ง รวมถึงกรีซมีแนวโน้มที่จะกลับมาแสดงท่าทีต่อต้านการรัดเข็มขัดอย่างที่ไซปราสทำในช่วงที่ผ่านมา
นอกจากนี้ แม้เศรษฐกิจกรีซจะเข้าสู่ภาวะถดถอยมา 8 ปี แต่ความคิดเห็นของประชาชนกรีซยังคงต้องการอยู่ในยูโรโซนต่อไป โดยในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด ชาวกรีซหันไปเลือกพรรคไซรีซาของไซปราส เนื่องจากพรรครัฐบาลก่อนไม่สามารถช่วยกรีซได้ และหากครั้งนี้ไซรีซายังคงล้มเหลวอีก กรีซก็จะไม่เหลือทางเลือกประชาธิปไตยใดๆ ให้เลือกอีก







