
เยอรมนียันไม่แฮร์คัตกรีซ ลั่นออกจากยูโรดีกว่า
โวล์ฟกัง ชอยเบิล รัฐมนตรีคลังเยอรมนี ระบุต่อกรีซว่า ทางเดียวที่กรีซจะได้การปรับลดหนี้
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
โวล์ฟกัง ชอยเบิล รัฐมนตรีคลังเยอรมนี ระบุต่อกรีซว่า ทางเดียวที่กรีซจะได้การปรับลดหนี้ คือ การที่กรีซจะต้องออกจากยูโรโซน พร้อมทั้งยังแสดงความไม่มั่นใจถึงความสามารถของกรีซที่จะบรรลุการเจรจาเกี่ยวกับเงินช่วยเหลือก้อนที่ 3
รัฐมนตรีคลังเมืองเบียร์ ระบุว่า การลงคะแนนเพื่อยอมรับมาตรการการรัดเข็มขัดของรัฐสภากรีซ ซึ่งเป็นเงื่อนไขเบื้องต้นในการรับความช่วยเหลือ เป็นก้าวที่ก้าวหน้าของกรีซ
กระนั้นก็ตาม ชอยเบิลได้กล่าวย้ำแสดงมุมมองว่า การออกจากการเป็นสมาชิกยูโรโซนของกรีซชั่วคราวอาจจะเป็น “ทางที่ดีกว่า” เนื่องจากการกระทำดังกล่าวจะเปิดทางให้มีการปรับลดหนี้ ซึ่งเป็นสิ่งต้องห้ามภายใต้กฎของยูโร
“เราจะได้เห็นในการเจรจาว่าจะมีสักทางไหมที่จะนำไปสู่โครงการการช่วยเหลือ” ชอยเบิล ให้สัมภาษณ์ต่อสถานีวิทยุแห่งชาติดอยช์ลันด์ฟุงของเยอรมนี ในวันที่ 16 ก.ค.ที่ผ่านมา พร้อมยังเพิ่มเติมด้วยว่า
“ผมไม่รู้ ไม่มีใครรู้ในตอนนี้ว่าเรื่องจะดำเนินไปด้วยดีหรือไม่โดยที่ไม่มีการปรับลดหนี้ (แฮร์คัต) ทว่าทุกคนรู้ดีว่าแฮร์คัตนั้นไม่สามารถเข้ากันได้กับการเป็นสมาชิกยูโร” ชอยเบิล ระบุ
เช่นเดียวกันกับ มาร์ติน เจเกอร์ โฆษกกระทรวงการคลังเยอรมนี ที่ระบุว่า เยอรมนีจะพิจารณาเรื่องที่ให้ขยายเวลาชำระหนี้ให้กรีซ ทว่าจะไม่ให้มีการปรับลดยอดหนี้แต่อย่างใด
ถ้อยแถลงของรัฐมนตรีคลังเยอรมนี ซึ่งเป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรปนี้เป็นการสะท้อนถึงอุปสรรคที่ยังรอนายกรัฐมนตรี อเล็กซิส ไซปราส ของกรีซอยู่ แม้ว่าผู้นำกรีซจะต้องอาศัยเสียงสนับสนุนจากพรรคฝ่ายค้านเพื่อให้รัฐสภาลงคะแนนเสียงรับมาตรการรัดเข็มขัด ในช่วงเช้าวันที่ 16 ก.ค. เพื่อแลกกับการเดินหน้าการเจรจาขอรับเงินช่วยเหลือก้อนที่ 3 ที่ประเมินว่ามีมูลค่าสูงถึง 8.6 หมื่นล้านยูโร (ราว 3.27 ล้านล้านบาท)
ทั้งนี้ รัฐสภากรีซได้ลงคะแนนเสียงเห็นชอบมาตรการรัดเข็มขัด โดย 229 เสียงเห็นชอบ ขณะที่มีผู้คัดค้านอยู่ที่ 64 เสียง และไม่ออกเสียง 6 เสียง โดย 38 เสียงของผู้ที่ลงคะแนนคัดค้าน และงดลงคะแนนนั้นเป็นสมาชิกจากพรรคไซรีซาของนายกรัฐมนตรีไซปราส ที่ต่อต้านมาตรการปฏิรูปเศรษฐกิจดังกล่าว
“มาตรการเหล่านี้เป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ทางสังคม” โซ คอนสแตนโตพูลู ประธานรัฐสภากรีซ หนึ่งในผู้ต่อต้านการรัดเข็มขัด กล่าว
ในขณะเดียวกัน วันที่ 16 ก.ค. ที่ผ่านมา รัฐมนตรีคลังของยูโรโซนได้จัดการประชุมเพื่อพิจารณาเกี่ยวกับการให้เงินช่วยเหลือต่อกรีซ
ล่าสุด สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานอ้างเจ้าหนี้ที่เกี่ยวข้องกับการประชุมรัฐมนตรีคลังยูโรโซน ระบุว่า รัฐมนตรีคลังยูโรโซนได้ตกลงกันในหลักการแล้วว่าจะให้สินเชื่อระยะสั้นแก่กรีซเพิ่มเติม 7,000 ล้านยูโร (ราว 2.66 แสนล้านบาท)
แหล่งข่าวระบุว่า สินเชื่อดังกล่าวที่จะได้มาจากกลไกรักษาเสถียรภาพการเงินยุโรป (อีเอฟเอสเอ็ม) จะได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 17 ก.ค. ภายหลังจากที่รัฐสภาของประเทศต่างๆ ในยูโรโซนลงคะแนนเสียงรับข้อตกลงขอรับเงินช่วยเหลือของรัฐบาลกรีซ
ในเงินจำนวนดังกล่าวจะช่วยให้กรีซชำระหนี้ต่อธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ที่ครบกำหนดชำระในวันที่ 20 ก.ค. จำนวน 3,500 ล้านยูโรได้ และจะยังช่วยให้กรีซอยู่ต่อไปได้ ในขณะที่ผู้นำกรีซเดินหน้าเจรจาในรายละเอียดเกี่ยวกับการขอรับเงินช่วยเหลือก้อนใหม่
นอกจากนี้แล้ว ทาง อีซีบี ยังได้พิจารณาข้อเรียกร้องของกรีซที่ต้องการให้อีซีบีขยายเพดานมาตรการความช่วยเหลือสภาพคล่องฉุกเฉิน (อีแอลเอ) ให้แก่ธนาคารของกรีซ ที่ต้องปิดตัวมาตั้งแต่วันที่ 29 มิ.ย. เพื่อให้เปิดทำการอีกครั้ง
ด้านความเคลื่อนไหวภายหลังจากที่รัฐสภากรีซได้อนุมัติมาตรการรัดเข็มขัด ได้ส่งผลให้ตลาดหุ้นยุโรปตอบสนองไปในทิศทางบวก อย่างไรก็ตามสถานการณ์ในประเทศกรีซเองกลับตกอยู่ในความวุ่นวาย เมื่อมีกลุ่มผู้ประท้วงที่ต่อต้านมาตรการรัดเข็มขัดออกมาเดินขบวนบนท้องถนนในกรุงเอเธนส์
ความวุ่นวายเกิดขึ้นเมื่อมีผู้ประท้วงได้ขว้างระเบิดขวดไปที่ตำรวจที่รักษาการณ์อยู่ที่รัฐสภา ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบจลาจลได้ใช้แก๊สน้ำตาเพื่อผลักดันผู้ประท้วง และรักษาพื้นที่ด้านหน้ารัฐสภาเอาไว้ โดยเหตุการณ์นี้เป็นการสะท้อนถึงความไม่พอใจต่อมาตรการรัดเข็มขัด แม้ว่าการทำประชามติในวันที่ 5 ก.ค. ผลจะออกมาไม่รับข้อเสนอของเจ้าหนี้ก็ตาม







