
กรีซเสี่ยงกระทบเอเชีย
กรีซยังต้องรอหลังประชามติเพื่อตัดสินชี้ชะตาว่าจะอยู่หรือไปจากยูโรโซน และหนึ่งในแนวโน้มที่จะเกิดขึ้น คือ กรีซออกจากยูโรโซนและหันกลับมาใช้สกุลเงินดรักมา โดยอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นนักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลก ที่อาจแพร่ระบาดจากตลาดหุ้นหนึ่งไปสู่ตลาดหุ้นหนึ่งเหมือนโรคระบาดอย่างรวดเร็ว
กรีซยังต้องรอหลังประชามติเพื่อตัดสินชี้ชะตาว่าจะอยู่หรือไปจากยูโรโซน และหนึ่งในแนวโน้มที่จะเกิดขึ้น คือ กรีซออกจากยูโรโซนและหันกลับมาใช้สกุลเงินดรักมา โดยอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นนักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลก ที่อาจแพร่ระบาดจากตลาดหุ้นหนึ่งไปสู่ตลาดหุ้นหนึ่งเหมือนโรคระบาดอย่างรวดเร็ว
เฟรเดริก นิวแมนน์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ประจำเอเชียของเอชเอสบีซี แสดงทัศนะว่า แม้ตลาดเกิดใหม่ในเอเชียจะมีภูมิคุ้มกันมากขึ้นกว่าวิกฤตเศรษฐกิจครั้งก่อน เช่น มีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะอินเดีย เกาหลีใต้ ไต้หวัน ไทย และฟิลิปปินส์ ในขณะที่ทางอินโดนีเซียและมาเลเซียต่างมีอัตราส่วนหนี้สาธารณะต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศน้อย และยังมีการค้าที่สมดุลอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม วิกฤตกรีซครั้งนี้มาพร้อมกับปัจจัยเสี่ยงทางเศรษฐกิจอื่นๆ เช่น เศรษฐกิจชะลอตัว การส่งออกปรับตัวลดลง และการขึ้นอัตรดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
ดังนั้น นิวแมนน์ ระบุว่า มีความเป็นไปได้ที่กรีซอาจกระทบกับตลาดเกิดใหม่ โดยประการแรก การชะลอตัวทางเศรษฐกิจย่อมส่งผลให้ความเสี่ยงในภาคการเงินปรับเพิ่มขึ้นไปด้วย เช่น การเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์รอการซื้อขาย (เอ็นพีเอ)
ประการที่สอง วิกฤตกรีซอาจส่งผลกระทบต่อความต้องการซื้อในยุโรปที่ฟื้นตัวขึ้น และจะส่งผลต่อภาคการส่งออกของตลาดเกิดใหม่อย่างแน่นอน
ประการสุดท้าย วิกฤตกรีซอาจส่งผลให้ความต้องการภายในประเทศและอัตราเงินเฟ้อต่ำ ที่อาจทำให้ธนาคารกลางปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีก อย่างไรก็ตามปัจจัยอื่นๆ เช่น การขึ้นดอกเบี้ยของเฟด ทำให้การปรับลดอัตราดอกเบี้ยถูกจำกัดลงตามไปด้วย







