
จีนได้สิทธิวีโต้เอไอไอบี
ภายหลังจากนานาประเทศลงนามในข้อตกลงก่อตั้งธนาคารเพื่อการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานแห่งเอเชีย (เอไอไอบี) ของจีน รัฐมนตรีกระทรวงการคลังของจีน ออกมาเปิดเผยว่า จีนจะได้รับสิทธิในการออกเสียงทั้งหมด 26.06% ในธนาคารดังกล่าว
ภายหลังจากนานาประเทศลงนามในข้อตกลงก่อตั้งธนาคารเพื่อการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานแห่งเอเชีย (เอไอไอบี) ของจีน รัฐมนตรีกระทรวงการคลังของจีน ออกมาเปิดเผยว่า จีนจะได้รับสิทธิในการออกเสียงทั้งหมด 26.06% ในธนาคารดังกล่าว
ดังนั้น จีนจึงได้รับสิทธิวีโต้ไปโดยปริยาย เนื่องจากการผ่านมติใดๆ ของธนาคารดังกล่าว จำเป็นต้องได้รับเสียงสนับสนุนทั้งหมด 3 ใน 4 ส่วน
ในขณะเดียวกันผู้มีสิทธิออกเสียงมากเป็นอันดับ 2 ได้แก่ อินเดีย ที่ 7.5% ตามด้วยรัสเซียที่ 5.9%
นอกจากนี้ กระทรวงการคลังจีนยังเปิดเผยอีกด้วย ว่า จีนจะเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของธนาคารดังกล่าว โดยจะถือหุ้นทั้งหมด 30.34% ในขณะที่ประเทศในภูมิภาคเอเชียจะถือหุ้นร่วมกันทั้งหมด 75% ของหุ้นทั้งหมดในการเริ่มต้นที่มูลค่า 1 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3.3 ล้านล้านบาท) โดยจะแบ่งมูลค่าออกเป็นหุ้นละ 1 แสนเหรียญสหรัฐ
อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีคลังคนดังกล่าว ระบุว่า ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงตัวเลขเบื้องต้นเท่านั้น หากมีชาติสมาชิกเข้าร่วมเพิ่มอีก สัดส่วนการถือ
หุ้นของจีนก็จะปรับตัวลดลงตามไปด้วย
ก่อนหน้านี้ ในวันที่ 29 มิ.ย.ที่ผ่านมา ประเทศร่วมก่อตั้งทั้งหมด 57 ชาติ ได้รวมตัวกันเพื่อลงนามในข้อตกลงการก่อตั้งเอไอไอบี อย่างไรก็ตาม มีเพียง 50 ชาติเท่านั้นที่ลงนามในข้อตกลงดังกล่าว
ในขณะที่อีก 7 ชาติที่เหลือ ได้แก่ ฮอลแลนด์ เดนมาร์กคูเวต แอฟริกาใต้ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และไทย ยังต้องผ่านความเห็นชอบภายในประเทศเสียก่อน
ทั้งนี้ เอไอไอบีถูกมองเป็นเครื่องมือแผ่ขยายอำนาจละมุน (ซอฟต์พาวเวอร์) ของจีน และเป็นคู่แข่งของธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) ของญี่ปุ่น และธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ของสหรัฐมาโดยตลอด
โยชิฮิเดะ ซูกะ โฆษกรัฐบาลญี่ปุ่น กล่าวว่า รัฐบาลญี่ปุ่นคาดหวังให้เอไอไอบีมีมาตรฐานเช่นเดียวกับสถาบันทางการเงินอื่่นๆ







