
กรีซยอมประนีประนอม เจรจาฉุกเฉินครั้งสุดท้าย
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
นายกรัฐมนตรี อังเกลา แมร์เกิล แห่งเยอรมนี ตัดสินใจเรียกประชุมฉุกเฉินเป็นครั้งสุดท้ายในวันนี้ หลังจากการเจรจาระหว่างกรีซและบรรดาเจ้าหนี้ ได้แก่ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) และสหภาพยุโรป (อียู) ล้มเหลวตลอดมา เนื่องจากความเห็นไม่ตรงกันในหลายเรื่อง เช่น บัญชีเดินสะพัดเกินดุล การจัดเก็บภาษี ระบบบำนาญ เป็นต้น
ยานิส วารูฟากิส รัฐมนตรีกระทรวงการคลัง ของกรีซ เรียกร้องผ่านสื่อเยอรมนีให้นายกรัฐมนตรีเยอรมนีตัดสินใจให้ชัดเจนในการประชุมฉุกเฉินที่เกิดขึ้นในวันนี้ พร้อมกับระบุว่า กรีซพร้อมที่จะยอมประนีประนอมกับบรรดาเจ้าหนี้ เว้นเสียแต่ข้อเสนอของบรรดาเจ้าหนี้จะไม่เว้นหนทางให้กรีซหาเงินมาชำระคืน
“ในส่วนของเรานั้น เราพร้อมที่จะตกลงกับบรัสเซลส์ในการประนีประนอม เว้นแต่เจ้าหนี้จะขอให้เราทำเช่นเดียวกับรัฐบาลก่อน นั่นคือ ยอมรับข้อตกลงเงินช่วยเหลือที่ไม่ให้ความหวังว่ากรีซจะสามารถใช้คืนได้” วารูฟากิส กล่าว
สอดคล้องกับ อเลโกส เฟลมบูราริส รัฐมนตรีต่างประเทศด้านการประสานความร่วมมือรัฐบาล เปิดเผยว่า กรีซพร้อมประนีประนอมกับบรรดาเจ้าหนี้ เพื่อขอเงินช่วยเหลือก้อนต่อไปที่ 7,200 ล้านยูโร (ราว 2.75 แสนล้านบาท) โดยจะส่งร่างข้อเสนอใหม่ให้แก่อียูและไอเอ็มเอฟ
นอกจากนี้ เฟลมบูราริส ยังระบุอีกด้วยว่า นายกรัฐมนตรี อเล็กซิส ไซปราส ของกรีซ และฌอง-โคลด จุงเกอร์ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) ได้เจรจาผ่านโทรศัพท์ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม เฟลมบูราริส คาดการณ์ว่า บรรดาเจ้าหนี้อาจจะไม่พอใจข้อเสนอของกรีซก็เป็นได้
“คุณจะได้เห็นว่าเจ้าหนี้ไม่ยอมรับการผ่อนปรนการจำกัดงบประมาณ หรือข้อเสนอเกี่ยวกับหนี้” รัฐมนตรีคนดังกล่าวระบุ
ในขณะเดียว นิโกส ปาปัส รัฐมนตรีต่างประเทศกรีซ เปิดเผยว่า เงินช่วยเหลือจะฟื้นฟูเศรษฐกิจกรีซที่อยู่ในภาวะถดถอย และช่วยให้กรีซผ่อนปรนการรัดเข็มขัด
“ข้อตกลงควรออกมาในรูปแบบของกรอบระยะเวลา เพื่อที่จะช่วยกู้ความเชื่อมั่นกลับคืนมา และไม่ควรเป็นข้อตกลงระยะสั้นที่แสดงความไม่แน่ไม่นอน” ปาปัส กล่าว
อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีต่างประเทศกรีซ เปิดเผยว่า กรีซไม่ต้องการการช่วยเหลือใดๆ เพิ่มเติมจากไอเอ็มเอฟ เนื่องจากไอเอ็มเอฟเป็นสถาบันของสหรัฐที่ไม่ได้มีวาระกับประเทศในยุโรปทั้งหมด จึงไม่มีความจำเป็นต้องช่วยเหลือประเทศในยุโรป และกรีซสามารถเดินหน้าไปต่อโดยไม่ต้องอาศัยเงินจาก
ไอเอ็มเอฟ
“ผมเป็นคนหนึ่งที่คิดว่า ไอเอ็มเอฟไม่ควรอยู่ในยุโรป ผมหวังว่า พวกเราจะเจอทางออกโดยไม่มีไอเอ็มเอฟเข้ามาเกี่ยวข้อง” ปาปัส กล่าว
ด้าน เจคอบ หลิว รัฐมนตรีการคลัง ของสหรัฐ ออกมาเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยืดหยุ่นเพื่อพบหนทางแก้ปัญหาโดยเร็ว เนื่องจากหากกรีซผิดนัดชำระหนี้และต้องออกจากยูโรโซนไป จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและประชาชนกรีซอย่างแน่นอน
“ความจริง คือ ผลกระทบเกิดกับตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลก และผมไม่คิดว่าทุกคนจะอยากประสบเช่นนั้น” หลิว กล่าว
ทั้งนี้ ไซปราส มีกำหนดการเข้าประชุมกับคณะรัฐมนตรีในวันที่ 21 มิ.ย. ก่อนวันเจรจาฉุกเฉิน 1 วัน โดย กาเบรียล ซาเคลลาริดิส โฆษกรัฐบาลกรีซ ยืนยันภายหลังจากการประชุมของทีมเจรจากรีซว่า รัฐบาลกรีซจะไม่ยอมรับมาตรการรัดเข็มขัดอย่างแน่นอน
“การรัดเข็มขัดต้องจบลง ความแตกต่างในยุโรปเป็นสิ่งจำเป็น ความแตกต่างในยุโรปมีความเป็นไปได้” โฆษกรัฐบาลกรีซ กล่าว
ในขณะเดียวกัน ประชาชนหลายพันคนออกมาเดินขบวนเพื่อแสดงความไม่เห็นด้วยต่อมาตรการรัดเข็มขัดทั้งในเยอรมนีและฝรั่งเศส โดยมีการถือป้ายที่ระบุข้อความว่า “กรีซ ฝรั่งเศส ยุโรป ต้องเลิกรัดเข็มขัด” และ “ประชาธิปไตยกำลังจะตาย”
ก่อนหน้านี้ หนังสือพิมพ์คาธิเมอรินี ของกรีซ รายงานว่า ปริมาณเงินที่ถูกถอนออกจากบัญชีของธนาคารต่างๆ ทั่วประเทศอยู่ที่ 1,700-2,000 ล้านยูโร ในวันที่ 19 มิ.ย.ที่ผ่านมาเพียงวันเดียว โดย
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า มีการถอนเงินออกจากธนาคารพาณิชย์กรีซมากกว่า 3 หมื่นล้านยูโร นับตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2014







