
3ชาติจ่อลงนามร่วมมือทวาย
ญี่ปุ่น-เมียนมา-ไทยเตรียมลงนามร่วมความร่วมมือญี่ปุ่นเล็งช่วยสร้างไฮเวย์ไทย-ทวาย
ญี่ปุ่น-เมียนมา-ไทยเตรียมลงนามร่วมความร่วมมือญี่ปุ่นเล็งช่วยสร้างไฮเวย์ไทย-ทวาย
นายกรัฐมนตรี นายชินโสะ อาเบะ แห่งญี่ปุ่น เตรียมพบปะกับประธานาธิบดี นายเต็งเส่ง แห่งเมียนมา และนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แห่งประเทศไทย ในวันที่ 4 ก.ค.นี้ ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เพื่อลงนามร่วมกันในข้อตกลงที่ญี่ปุ่นจะเข้าเป็นส่วนหนึ่งในความร่วมมือพัฒนาโครงการนิคมอุตสาหกรรมทวาย ซึ่งจะเป็นหนึ่งในนิคมอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
สำนักข่าวนิเกอิของญี่ปุ่น รายงานว่า แผนข้อตกลงนี้จะทำให้ญี่ปุ่นเข้าเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาโครงการดังกล่าว ซึ่งขณะนี้เป็นเพียงความร่วมมือระหว่างเมียนมา และไทยเท่านั้น โดยที่รัฐบาลกรุงโตเกียวจะเข้าช่วยเหลือในการพัฒนาโครงการก่อสร้างทางหลวงเชื่อมระหว่างประเทศไทยและนิคมอุตสาหกรรมทวาย ซึ่งทั้งนิคมดังกล่าวและเส้นทางไฮเวย์นี้จะช่วยให้เมียนมากลายเป็นจุดเปลี่ยนถ่ายสินค้าสำคัญจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปยังอินเดีย ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ทั้งไปและกลับ
ทั้งนี้ พื้นที่ของนิคมอุตสาหกรรมทวายมีพื้นที่ทั้งหมด 200 ตารางกิโลเมตร โดยจะมีขนาดที่ใหญ่กว่านิคมอุตสาหกรรมติละวา ซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้างและได้รับการสนับสนุนโดยญี่ปุ่นกว่า 8 เท่า
“นิคมอุตสาหกรรมทวายจะมีความใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่นกล่าว
ขณะเดียวกัน นิเกอิรายงานว่า ทางหลวงที่จะเชื่อมระหว่างทวายมายังประเทศไทยนั้นจะเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางหลวงสาย “เซาเธิร์น อีโคโนมิก คอร์ริดอร์” ซึ่งจะเริ่มจากนครโฮจิมินห์ซิตี้ ในเวียดนาม ผ่านมายังกรุงเทพฯ และตัดเข้าสู่ทวาย โดยการก่อสร้างในขณะนี้ เส้นทางดังกล่าวซึ่งมีความยาว 130 กิโลเมตร จากไทยไปยังทวายนั้นยังไม่ได้รับการปูพื้น
รายงานระบุว่า รัฐบาลเมียนมาและไทยได้ลงทุนไปในเส้นทางดังกล่าวแล้วมากกว่า 1 แสนเหรียญสหรัฐ (ราว 3.3 ล้านบาท) ซึ่งทั้งสองประเทศได้เสนอให้ญี่ปุ่นเข้ามามีส่วนร่วมในความร่วมมือครั้งนี้
ทั้งทางด้านการเงินและทางด้านเทคนิค และความช่วยเหลืออื่นๆ โดยเมียนมา ไทย และญี่ปุ่นนั้นจะทำงานร่วมมือกันต่อไป
ตามข้อมูลการสำรวจของกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นนั้น พบว่าญี่ปุ่นอาจจะต้องใช้เงินมากถึง 8 แสนล้านเยน (ราว 2.15 แสนล้านบาท สำหรับการก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคที่จำเป็นสำหรับนิคมอุตสาหกรรมทวายแห่งนี้







