
อุตรดิตถ์จัดประชุมนานาชาติ ‘ภูดู่’ ประตูแห่งมิตรภาพและโอกาส
เพียงแค่ 2 ปี หลังการเปิดด่านภูดู่ อ.บ้านโคก จ.อุตรดิตถ์ เป็นจุดผ่านแดนถาวร
โดย...บุญนำ เกิดแก้ว
เพียงแค่ 2 ปี หลังการเปิดด่านภูดู่ อ.บ้านโคก จ.อุตรดิตถ์ เป็นจุดผ่านแดนถาวร ก็ส่งผลให้มูลค่าการค้าชายแดนจากปีละประมาณ 200-300 ล้านบาท ขยับขึ้นมาถึงระดับ 700-1,000 ล้านบาท จากความได้เปรียบของทำเลที่ตั้งติดกับแขวงไซยะบุรี ซึ่งกำลังพัฒนาในทุกด้านและเชื่อมต่อไปยังแขวงหลวงพระบาง แหล่งท่องเที่ยวเมืองมรดกโลกของลาว
แม้การขยายเส้นทางไปยังด่านภูดู่ในเขตไทยจะเป็นไปอย่างล่าช้า เนื่องจากติดขัดจากการเป็นพื้นที่เขตป่าสงวน แต่ภาครัฐและเอกชน จ.อุตรดิตถ์ ก็พยายามผลักดันให้ความร่วมมือทางการค้า การท่องเที่ยวในระดับพื้นที่เดินหน้า พร้อมกับการขยายไปยังประเทศพม่าและอินโดนีเซีย ด้วยการเตรียมจัดงานใหญ่ การประชุมนานาชาติ “ระเบียงเศรษฐกิจ หลวงพระบาง อินโดนีเซีย เมาะลำไย ภูดู่ประตูแห่งมิตรภาพและโอกาส (LIMEC)” ระหว่างวันที่ 16-20 ส.ค.นี้
การค้าชายแดนเปิดประตูการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ เป็นโอกาสซึ่งหลายพื้นที่ต่างต้องการเพื่อยกระดับการพัฒนาเศรษฐกิจของท้องถิ่น เช่นเดียวกับคนอุตรดิตถ์ที่ต้องการให้ด่าน
ภูดู่ อ.บ้านโคก ได้รับการพัฒนา
วีระชัย ภู่เพียงใจ รอง ผวจ.อุตรดิตถ์ กล่าวว่า การจัดงานใหญ่ครั้งนี้ฝ่ายลาวจะมีเจ้าแขวงไซยะบุรี เจ้าแขวงหลวงพระบาง มาร่วมงาน ขณะที่ฝ่ายพม่ามีมุขมนตรีรัฐมอญ มุขมนตรีรัฐกะเหรี่ยงเข้าร่วม ส่วนฝ่ายไทยก็จะมีคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 เข้าร่วมประชุม โดยเบื้องต้นคาดว่าจะใช้สถานที่อาคาร ICIT หอประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์และโรงแรมสีหราช
ทั้งนี้ จ.อุตรดิตถ์ ได้กำหนดแนวทางการพัฒนาใน 4 ประเด็นหลัก ประกอบด้วย 1.การพัฒนาด่านภูดู่เพื่อเปิดการค้ากับประเทศลาว 2.การพัฒนาให้ จ.อุตรดิตถ์ เป็นจุดพักสินค้าทั้งทางรถไฟ รถยนต์ 3.การส่งเสริมการท่องเที่ยว เชื่อมโยงเมืองมรดกโลกได้ทั้ง จ.กำแพงเพชร สุโขทัย และหลวงพระบาง ในประเทศลาว นอกจากนี้ยังสามารถเชื่อมโยงจาก จ.เชียงใหม่ อุตรดิตถ์ และนครเวียงจันทน์ ระยะทางเพียง 600 กิโลเมตรเท่านั้น และ 4.การพัฒนาให้ จ.อุตรดิตถ์ เป็นเมืองอุตสาหกรรมการเกษตร เสมือนครัวของประเทศ
ล่าสุด การค้าชายแดนด่านภูดู่เป็นไปอย่างคึกคัก นอกจากไทย-ลาว และจีนแล้ว ในอนาคตหลายฝ่ายยังคาดหวังว่าจะเชื่อมโยงการค้าต่อไปยังประเทศเวียดนาม ซึ่งการจัดประชุมนานาชาติครั้งนี้ คือการประกาศให้เห็นถึงโอกาสของ จ.อุตรดิตถ์







