
ส่องอินโดฯแล้วมองไทย ปัญหาศก.สู่ชะตาเครื่องนุ่งห่ม
กลุ่มอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้น (Labor-Intensive Industries) มักเป็นกลุ่มแรกๆ
โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์
กลุ่มอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้น (Labor-Intensive Industries) มักเป็นกลุ่มแรกๆ ที่ได้รับผลกระทบหากเศรษฐกิจของประเทศหรือเศรษฐกิจโลกมีปัญหา ในปี 2558 ภาวะเศรษฐกิจได้สร้างความเสียหายแก่อุตสาหกรรมเหล่านี้อีกครั้ง
เริ่มต้นจากสถานการณ์ในอินโดนีเซีย สำนักข่าวจาการ์ตาโพสต์ รายงานว่า มีการเลิกจ้างแรงงานในอุตสาหกรรมรองเท้าไปแล้วกว่า 4 หมื่นคน ใน 200 โรงงาน และมีการเลิกจ้างแรงงานในอุตสาหกรรมสิ่งทอไปอีก 6,300 คน ใน 120 โรงงาน เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจอินโดนีเซียเติบโตต่ำที่สุดในรอบเกือบ 6 ปี ยอดสั่งซื้อสินค้าลดลง 40-50%
ยุทธนา ศิลป์สรรค์วิชช์ เลขาธิการสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย วิเคราะห์ว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในอินโดนีเซีย ไม่ได้เกิดขึ้นจากปัญหาเศรษฐกิจในประเทศเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกิดขึ้นจากปัญหาเศรษฐกิจโลกด้วย เพราะตลาดผู้นำเข้าสินค้าเครื่องนุ่งห่มลดการสั่งซื้อสินค้าจากทั่วโลก อินโดนีเซียเองมียอดส่งออกเครื่องนุ่งห่มลดไปมากกว่า 10% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา
“ตอนนี้มีเพียงไม่กี่ตลาดที่ยอดส่งออกสินค้าเครื่องนุ่งห่มยังเติบโตขึ้น เช่น เวียดนาม กัมพูชา บังกลาเทศ ปากีสถาน และตุรกี ขณะที่จีนมียอดการส่งออกทรงตัว”
สาเหตุที่เวียดนามยังมียอดเติบโตสวนกระแสภาพรวมได้ เพราะเวียดนามยังคงเป็นเป้าหมายใหญ่ของผู้ซื้อทั่วโลก ประกอบกับสหรัฐกำลังเร่งเดินหน้าเจรจาความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (TPP) ทำให้บรรดาเจ้าของแบรนด์สินค้าจากประเทศต่างๆ เข้าไปใช้เวียดนามเป็นฐานการผลิต ตัวเลขการส่งออกของเวียดนามจึงขยายตัว
เช่นเดียวกับกัมพูชา หลังจากสหภาพยุโรปตัดสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) ของทั้งไทยและมาเลเซียไป ทำให้กัมพูชาซึ่งได้รับสิทธิดังกล่าว กลายเป็นเป้าหมายของผู้ซื้อจากทั่วโลก
“ตอนนี้ยุโรปสั่งซื้อสินค้าเครื่องนุ่งห่มจากไทยต้องเสียภาษี 12.5% ขณะที่สั่งซื้อจากประเทศเพื่อนบ้านของเราเสียภาษี 0% แล้วเรายังมาโดนตัดสิทธิจีเอสพีในช่วงที่เศรษฐกิจของยุโรปไม่ค่อยดี ผู้ค้าของเขาเองแข่งกันลดราคา เพราะราคาต่างกันเพียงแค่เซนต์เดียวก็มีผลต่อการตัดสินใจซื้อ ดังนั้นตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา เราจึงเห็นตัวเลขตลาดยุโรปลดลงทุกเดือน”
ยุทธนา ระบุว่า ภาพรวมการส่งออกสินค้าเครื่องนุ่งห่มของไทยช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ ลดลง 6.59% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งมาจากการเสียยอดส่งออกตลาดยุโรปลดลงมากกว่า 10% หากวิเคราะห์สถานการณ์อย่างตรงไปตรงมา เชื่อว่าภาพรวมการส่งออกเครื่องนุ่งห่มทั้งปี 2558 จะลดลง 2-3% จากเดิมที่เคยตั้งเป้าว่าจะเติบโตได้ 2-3%
สำหรับตลาดหลักที่จะช่วยพยุงยอดเอาไว้คือ ตลาดในเอเชีย โดย 4 เดือนแรกของปีนี้ ตลาดจีนและฮ่องกงยังเติบโตได้มากกว่า 10% ขณะเดียวกันตลาดอาเซียนแม้จนถึงขณะนี้ยังติดลบอยู่เล็กน้อย แต่เชื่อว่าครึ่งปีหลังจะฟื้นตัวดีขึ้น
อย่างไรก็ดี หากมองระยะยาว อาจมีปัจจัยหลายอย่างเร่งรัดให้ผู้ประกอบการต้องขยายฐานหรือย้ายฐานการผลิตไปยังกลุ่มซีแอลเอ็มวีเร็วขึ้น เช่น หากรัฐบาลอยู่ต่ออีก 2 ปีจากกำหนดเดิม จะทำให้ไม่มีการเจรจาข้อตกลงเขตการค้าเสรีกับสหภาพยุโรปอีกอย่างน้อย 3 ปี เพราะตามระเบียบของเขาสามารถเจรจาเอฟทีเอได้กับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเท่านั้น นอกจากนี้การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำในปี 2559 ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญ
“ในเดือน ต.ค.-พ.ย.นี้ จะมีผู้ซื้อคณะใหญ่จากญี่ปุ่นเดินทางมาเพื่อให้เราพาชมโรงงานของไทยในประเทศเพื่อนบ้าน เขาให้เหตุผลว่า เขาต้องการสินค้าที่มีคุณภาพ มีระบบการติดตามงานที่ดี จึงเลือกผู้ประกอบการไทย แต่ขณะเดียวกันก็ต้องการราคาถูกด้วย จึงเลือกผู้ประกอบการไทยที่มีฐานการผลิตในประเทศเพื่อนบ้าน”
ทั้งนี้ ประเมินว่า สถานการณ์ในไทยจะยังไม่ต้องเลิกจ้างคนงานเหมือนในอินโดนีเซีย เพราะบริษัทไทยยังมีงานทำ แม้ยอดส่งออกจะลดลง ปัญหาหลักคือการขาดแคลนแรงงาน เนื่องจากแรงงานออกจากอุตสาหกรรมไปจำนวนมาก







