posttoday
จับตาประชุมเฟด ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย

จับตาประชุมเฟด ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย

15 มิถุนายน 2558

จับตาธนาคารกลางสหรัฐประชุมนโยบายกลางสัปดาห์นี้ คาดส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยแต่อาจเป็นในเดือน ก.ย.นี้

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

จับตาธนาคารกลางสหรัฐประชุมนโยบายกลางสัปดาห์นี้ คาดส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยแต่อาจเป็นในเดือน ก.ย.นี้

เอพีรายงานกึ่งวิเคราะห์อ้างนักเศรษฐศาสตร์จำนวนมากที่เห็นว่าแม้ว่าตัวเลขทางเศรษฐกิจของสหรัฐในหลายๆ รายการจะปรับตัวดีขึ้นมาก แต่ดูเหมือนว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) น่าจะยังชะลอการขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไป เนื่องจากผลกระทบการขึ้นดอกเบี้ยนั้นอาจจะเป็นอันตรายต่อเศรษฐกิจสหรัฐเอง โดยเฉพาะจะทำให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าขึ้นอย่างรุนแรง

คณะกรรมาธิการผู้กำหนดนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (เอฟโอเอ็มซี) จะเปิดการประชุมกัน 2 วันในสัปดาห์นี้ คือ วันที่ 16-17 มิ.ย. ตามเวลาท้องถิ่นในสหรัฐ ซึ่งคาดกันว่าเฟดอาจจะมีการส่งสัญญาณหรือประกาศถึงแนวโน้มของการขึ้นอัตราดอกเบี้ยด้วย ทั้งนี้ เฟดประกาศใช้อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์มาตั้งแต่ปลายปี 2008 ที่ 0-0.25%

นักวิเคราะห์มองว่าในระยะก่อนหน้านี้ ความไม่เสถียรของอัตราการว่างงานประกอบกับปัญหาการชะลอตัวของดัชนีเงินเฟ้อและอัตราการเพิ่มของค่าแรงที่ยังเชื่องช้าอยู่นั้นยังคงสร้างความเสี่ยงให้กับสหรัฐต่อไป ถ้าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเร็วๆ นี้ อีกทั้งการที่อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐในไตรมาสแรกของปีนี้ที่ติดลบไป 0.7% ยิ่งทำให้เฟดพะวงมากขึ้นต่อการปรับขึ้นดอกเบี้ย

แต่นับตั้งแต่เดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ข้อมูลทางเศรษฐกิจที่สำคัญๆ ของสหรัฐกลับมีการปรับตัวที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอัตราเงินเฟ้อ การจ้างงาน และค่าแรง ซึ่งส่งสัญญาณให้เห็นถึงการพัฒนาขึ้นมา ทำให้หลายฝ่ายเริ่มที่จะคาดการณ์ว่าเฟดอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจริง

ที่ผ่านมานั้น ทางด้าน เจเน็ต เยลเลน ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ ได้ตอกย้ำไว้ในหลายๆครั้งว่า การที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้นั้นจำเป็นที่จะต้องมีสิ่งบ่งชี้ถึงสัญญาณที่แข็งแกร่งของการฟื้นตัวในตลาดแรงงานและดัชนีเงินเฟ้อที่พอเหมาะ โดยเมื่อวันที่ 5 มิ.ย.ที่ผ่านมานั้น สหรัฐได้ประกาศตัวเลขการสร้างงานใหม่ ซึ่งปรากฏว่าตลาดแรงานสหรัฐมีการสร้างตำแหน่งงานเพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบ 15 ปีทีเดียว อีกทั้งอัตราค่าแรงก็เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน ยิ่งทำให้เชื่อกันว่าด้วยตัวเลขที่ดีขึ้นเหล่านี้จะทำให้เฟดตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยในเร็วๆ นี้

ยิ่งไปกว่านั้นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ข้อมูลอีกหลายรายการที่เปิดเผยขึ้นนั้นมีทิศทางไปในทางบวกทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งงานที่เพิ่มขึ้นและนายจ้างในสหรัฐก็พร้อมที่จะจ่ายค่าแรงเพิ่มขึ้น แต่กระนั้นก็ยังมีตัวเลขเศรษฐกิจบางประการที่ยังคงอยู่ในภาวะสับสน เช่นแม้ว่าการใช้จ่ายของผู้บริโภคสหรัฐจะดีขึ้น แต่ทว่าส่วนใหญ่จะเป็นการใช้สอยในตลาดยานยนต์เท่านั้น ขณะที่ผู้บริโภคทั่วไปยังคงระมัดระวังกับการใช้จ่ายอยู่ ซึ่งทำให้ดัชนีเงินเฟ้อของสหรัฐยังไม่กระเตื้องขึ้นอยู่ในระดับที่น่าพอใจนัก โดยเฟดวางเป้าหมายของดัชนีเงินเฟ้อไว้ที่ 2%

นักวิเคราะห์มองว่าคณะกรรมการผู้กำหนดนโยบายของเฟดต้องการที่จะเห็นการพัฒนาทางเศรษฐกิจในระยะหนึ่งก่อนที่จะเริ่มขยับดอกเบี้ย

“แถลงการณ์ของการประชุมในเดือน มิ.ย.นี้ น่าจะทำให้เราได้เห็นชัดเจนขึ้นว่าเฟดจะเริ่มการขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ก.ย.หรือไม่” ธนาคารดอยช์ แบงก์ ระบุ ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์จากไอเอชเอสให้ความเห็นว่า ดูเหมือนว่าเฟดจะไม่ประกาศขึ้นดอกเบี้ยในเดือน มิ.ย.นี้แน่นอน โดยที่ในเดือน ก.ย.นี้ มีความเป็นไปได้มากกว่า แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับองค์ประกอบจากตัวเลขเศรษฐกิจด้วย

ทั้งนี้ รายงานระบุว่า ถ้าหากเฟดประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยจริงดังกล่าว ก็ถือว่าเป็นการกลับสู่นโยบายทางการเงินอย่างปกติของสหรัฐเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่หลังวิกฤตเศรษฐกิจเป็นต้นมาทีเดียว แน่นอนว่าการปรับขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐนั้นจะส่งผลสะเทือนให้กับตลาดทุนโลกเป็นระยะเวลาถึง 2 ปีหลังจากนั้น โดยที่ค่าเงินเหรียญสหรัฐจะแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว และทำให้เกิดการไหลออกของทุนจากตลาดเศรษฐกิจเกิดใหม่ซึ่งจะส่งผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศเหล่านั้นได้

ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมานั้น กองทุนการเงินระหว่างประเทศ(ไอเอ็มเอฟ) และธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ได้ประสานเสียงให้เฟดชะลอการตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยออกไปก่อน เนื่องจากผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประเทศยากจนนั้นจะรุนแรงอย่างมาก

ไอเอ็มเอฟได้แนะธนาคารกลางสหรัฐว่าเฟดควรจะชะลอการขึ้นดอกเบี้ยออกไปจนกว่าที่จะเห็นสัญญาณของค่าแรงที่แข็งแกร่งขึ้น หรือไม่ก็ระดับเงินเฟ้อที่น่าพอใจมากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้ ซึ่งช่วงเวลาที่เหมาะสมกว่านั้นน่าจะเป็นครึ่งแรกของปี 2016 นี้

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่