posttoday
ตลาดเกิดใหม่ฟุบหนัก ตัวฉุดเศรษฐกิจโลกดิ่งเหว

ตลาดเกิดใหม่ฟุบหนัก ตัวฉุดเศรษฐกิจโลกดิ่งเหว

12 มิถุนายน 2558

ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจโลกลงเหลือ 2.8% ในปี 2015

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจโลกลงเหลือ 2.8% ในปี 2015 โดยส่วนหนึ่งเป็นเพราะตลาดเกิดใหม่ที่เคยเติบโตอย่างรวดเร็วนับตั้งแต่วิกฤตเศรษฐกิจปี 2008 เริ่มอ่อนแรงลง และอาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อเศรษฐกิจโลกมากกว่าปี 1999 หลังเกิดวิกฤตต้มยำกุ้งเมื่อปี 1997 ก็เป็นได้

บาห์นู บาเวจา หัวหน้านักกลยุทธ์ตลาดเกิดใหม่ ธนาคารยูบีเอส เปิดเผยว่า เศรษฐกิจของประเทศตลาดเกิดใหม่ขยายตัวเฉลี่ยที่ 3.5% ในไตรมาสแรกที่ผ่านมา ซึ่งต่ำที่สุดนับตั้งแต่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจปี 2008 และหากไม่นับจีนเข้ามาคำนวณ การขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) อาจอยู่ใกล้ 0% ในปี 2015 ก็เป็นได้

ที่ผ่านมาภายหลังจากเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ 2008 ตลาดเกิดใหม่ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้การขยายตัวจีดีพีของตลาดเกิดใหม่เฉลี่ยอยู่ที่ 6% เมื่อเทียบกับ 2% ของประเทศพัฒนาแล้ว

นอกจากนี้ บาเวจา ยังระบุอีกด้วยว่า การชะลอตัวที่เกิดขึ้นเป็นผลพวงมาจากการค้าของประเทศตลาดเกิดใหม่ ที่อาจจะเป็นปัจจัยเสี่ยงทางเศรษฐกิจมากกว่าการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เสียอีก

“ถ้าคุณเพิ่มการส่งออก เศรษฐกิจก็จะโต ถ้าไม่มีอุปสงค์ เศรษฐกิจก็จะโตต่ำลงอีก ผู้คนมัวแต่สนใจการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดมากเกินไป จนพลาดความจริงที่ว่าการค้าเรากำลังชะลอตัว ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจตลาดเกิดใหม่โตต่ำลงมากขึ้น” บาเวจา กล่าว

ด้าน อดัม สเลเตอร์ นักเศรษฐศาสตร์จากออกซฟอร์ด อีโคโนมิกส์ บริษัทวิจัยเศรษฐกิจ เปิดเผยว่า เศรษฐกิจชะลอตัวในตลาดเกิดใหม่อาจก่อให้เกิดภาวะถดถอยในเศรษฐกิจโลก

โดยเฉพาะสภาพเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศบริค ซึ่งประกอบไปด้วย บราซิล รัสเซีย อินเดีย และจีน โดยบราซิลและรัสเซียเข้าสู่ภาวะถดถอยแล้ว ในขณะที่จีนชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด หลังจากที่ผ่านมาการค้าบริคคิดเป็น 15% ของการค้าโลก และคิดเป็น 23% ของการขยายตัวทางเศรษฐกิจโลกระหว่างปี 2000-2014

“ตลาดเกิดใหม่เปลี่ยนบทบาทจากการเป็นผู้สนับสนุนเศรษฐกิจโลก เป็นผู้ฉุดเศรษฐกิจอย่างเห็นได้ชัด การชะลอตัวในจีนและตลาดเกิดใหม่อื่นๆ แสดงให้เห็นผลกระทบทางลบต่อการขยายตัวเศรษฐกิจโลก” สเลเตอร์ กล่าว

การค้าของประเทศตลาดเกิดใหม่ในไตรมาสแรกขยายตัวต่ำสุดนับตั้งแต่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจปี 2008 โดยการค้าของประเทศตลาดเกิดใหม่ที่ใหญ่ที่สุด 17 ประเทศ ไปฉุดการค้าโลกราว 0.9% หลังจากที่เคยสนับสนุนการค้าโลกเฉลี่ย 2.5% ในปี 2000-2014

นอกจากนี้ การค้าชะลอตัวยังมีแนวโน้มเกิดขึ้นในไตรมาส 2 ด้วยเช่นเดียวกัน โดยการส่งออกของจีนในเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ปรับตัวลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 ที่ 2.5% ในขณะที่การส่งออกปรับตัวลดลงถึง 17.6%

ในขณะเดียวกัน ความกังวลต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจและการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด ส่งผลให้เกิดเงินทุนไหลออกจากตลาดเกิดใหม่อย่างรุนแรง โดยใน 3 ไตรมาสที่ผ่านมาจนถึงเดือน มี.ค. การไหลออกของเงินทุนมีมากกว่าขณะเกิดวิกฤตเศรษฐกิจเสียอีก

ก่อนหน้านี้ สถาบันการเงินระหว่างประเทศ (ไอไอเอฟ) เปิดเผยว่า นักลงทุนถอนทุนจากตลาดเกิดใหม่ในช่วงเดือน พ.ค. 4,400 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.45 แสนล้านบาท) ซึ่งนับเป็นเดือนที่มีเงินทุนไหลออกมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2013 ที่เฟดส่งสัญญาณจะยุติมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี)

นอกจากนี้ สเลเตอร์ ยังระบุอีกด้วยว่า หากตลาดเกิดใหม่ยังชะลอตัวในปีนี้ จะส่งผลต่อเศรษฐกิจโลกมากกว่าวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้งเสียอีก เนื่องจากขนาดเศรษฐกิจของประเทศตลาดเกิดใหม่มีขนาดใหญ่มากกว่าก่อนเกิดวิกฤตดังกล่าว

ขนาดจีดีพีกำลังซื้อต่อหัว(พีพีพี) ของตลาดเกิดใหม่มีมากกว่า 52% ของโลก เมื่อเทียบกับ 38% ก่อนเกิดวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง ในขณะเดียวกันจีดีพีแบบธรรมดาของตลาดเกิดใหม่เองก็คิดเป็น 35% ของโลก ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าก่อนเกิดวิกฤตต้มยำกุ้งที่ 23%

ทั้งนี้ ตลาดเกิดใหม่ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ และเริ่มออกมาตรการต่างๆ เพื่อกระตุ้นการขยายตัวทางเศรษฐกิจแล้ว เช่น การปรับลดอัตราดอกเบี้ยในหลายๆ ประเทศ อาทิ ไทย เกาหลีใต้ อินเดีย

ชเวคยองฮวัน รัฐมนตรีกระทรวงการคลังเกาหลีใต้ เปิดเผยว่าเหล่าผู้มีอำนาจกำหนดนโยบายต่างตื่นตัวต่อการชะลอตัวดังกล่าว และประเทศอื่นๆ อาจออกมาตรการทั้งทางการคลังและการเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69