
เอชเอสบีซีหั่นพนักงาน5หมื่น
เอชเอสบีซียกเครื่อง หั่นต้นทุนเหยียบ 1.7 แสนล้านบาท-ปลดพนักงานอีก 5 หมื่น
เอชเอสบีซียกเครื่อง หั่นต้นทุนเหยียบ 1.7 แสนล้านบาท-ปลดพนักงานอีก 5 หมื่น
กระแสการลดต้นทุนเพื่อทำกำไรของภาคเอกชนโลกยังคงเป็นเรื่องที่ต้องจับตาในปีนี้ ล่าสุด เอชเอสบีซี โฮลดิ้ง บริษัทผู้ให้บริการด้านการเงิน และการธนาคารที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเป็นอันดับที่ 3 ของโลก และมีขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรปเมื่อคำนวณจากสินทรัพย์ จะปรับลดพนักงานมากถึง 5 หมื่นคน ในช่วงระยะเวลา 2 ปีข้างหน้า หรือจนถึงปี 2017 โดยมาตรการดังกล่าวเป็นหนึ่งในมาตรการการปรับลดต้นทุนให้ได้ 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐ/ปี (ราว 1.65 แสนล้านบาท) เพื่อฟื้นฟูการเติบโตของกำไรของบริษัท
ธนาคารชื่อดังเปิดเผยผ่านเว็บไซต์ระบุว่า มีแผนที่จะปรับลดพนักงานประจำจำนวน 2.2-2.5 หมื่นคน หรือราว 10% ของพนักงานทั้งหมด ส่วนพนักงานอีก 2.5 หมื่นตำแหน่งจะถูกปลดออกจากการขายกิจการในบราซิลและตุรกี
ขณะเดียวกัน เอชเอสบีซีมีแผน เพิ่มการลงทุนในภูมิภาคเอเชีย โดยจะขยายการจัดการสินทรัพย์และการประกันภัยสินทรัพย์ รวมถึงให้ความสำคัญต่อธุรกิจในเอเชีย โดยเฉพาะสามเหลี่ยมปากแม่น้ำเพิร์ล และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
นอกจากนี้ ธนาคารยักษ์ใหญ่ดังกล่าวมีแผนที่จะปรับลดการถือสินทรัพย์เสี่ยงลง 2.9 แสนล้านเหรียญสหรัฐ และตั้งเป้าหมายให้อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้นอยู่มีมากกว่า 10% ภายในปี 2017
ทั้งนี้ นับตั้งแต่ สจวต กัลลิเวอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเอชเอสบีซี เข้ากุมบังเหียนในปี 2011 ได้มีการปรับลดพนักงานแล้วมากกว่า 8.7 หมื่นคน ออกจากธุรกิจแล้วราว 78 ธุรกิจ และลดการดำเนินงานของธนาคารไปแล้วถึง 15 ประเทศ เหลือเพียง 73 ประเทศ
ในขณะนี้ กัลลิเวอร์ได้พยายามเรียกคืนความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อธนาคาร ซึ่งกำลังได้รับผลกระทบจากข่าวฉาวจากประเด็นเรื่องการช่วยลูกค้าหลีกเลี่ยงภาษีในสวิตเซอร์แลนด์ โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทางธนาคารได้จ่ายเงินจำนวน 40 ล้านสวิสฟรังก์ (ราว 1,420 ล้านบาท) เพื่อยุติการสอบสวนกรณีดังกล่าว และธนาคารยังถูกปรับจากการเข้าแทรกแซงตลาดอัตราแลกเปลี่ยนอีกด้วย
“เราเชื่อมั่นว่าการกระทำของเราจะช่วยให้เรามีโอกาสการเติบโตในอนาคตตามที่คาดหวัง และให้มูลค่าที่มากขึ้นต่อผู้ถือหุ้น” ซีอีโอของเอชเอสบีซี กล่าว
ด้านนักวิเคราะห์ต่างมีท่าทีแตกต่างกัน โดยนักวิเคราะห์จาก อินเวสต์แพคระบุว่า เป็นการประกาศที่เป็นบวก ขณะที่นักวิเคราะห์จากเบิร์นสไตน์ระบุว่า เอชเอสบีซีไม่ได้นำเสนอการเปลี่ยนแปลงไปมากกว่าที่คาดการณ์ไว้







