
สหรัฐสั่งพม่าเลิกขยี้‘โรฮีนจา’
“โอบามา” ขู่พม่าเลิกกดขี่โรฮีนจาหากต้องการเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง
“โอบามา” ขู่พม่าเลิกกดขี่โรฮีนจาหากต้องการเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง
ประธานาธิบดี บารัก โอบามา ของสหรัฐ กล่าวระหว่างงานพบปะกับผู้นำเยาวชนจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ว่า พม่าต้องยุติการเลือกปฏิบัติกับชนกลุ่มโรฮีนจา หากพม่าต้องการเปลี่ยนผ่านจากยุคปกครองโดยทหารสู่การเป็นประชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์
ถ้อยแถลงของโอบามามีขึ้นในครั้งนี้หลังจากที่ชาวโรฮีนจาและชาวบังกลาเทศกว่า 3,500 รายได้อพยพออกจากพม่าทางเรือโดยมีเป้าหมายอยู่ที่ไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ซึ่งถือเป็นการเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย ส่งผลให้มีชาวโรฮีนจาหลายพันรายต้องลอยลำอยู่ในทะเล จนกลายเป็นประเด็นปัญหาของอาเซียนในปัจจุบัน
“ชาวโรฮีนจาถูกเลือกปฏิบัติอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งสิ่งนี้เป็นที่มาของเหตุผลที่โรฮีนจาต้องหนีออกจากพม่า และพม่าต้องยุติการเลือกปฏิบัติกับคนเหล่านี้เพียงเพราะลักษณะภายนอกหรือเพียงเพราะสิ่งที่พวกเขาศรัทธา” โอบามา กล่าว
ก่อนหน้านั้น ระหว่างการเดินทางเยือนพม่าของโอบามาเมื่อเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีสหรัฐกล่าวว่า การปฏิรูปพม่ายังคงมีปัญหาในประเด็นเสรีภาพในการแสดงออก รวมถึงความขัดแย้งกับชนกลุ่มน้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวโรฮีนจา
ทั้งนี้ พม่าไม่ยอมรับโรฮีนจาเป็นพลเมือง และระบุว่าเป็นชาวเบงกาลี ผู้อพยพมาจากบังกลาเทศอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งส่งผลให้ชาวโรฮีนจาถูกกักบริเวณและไม่สามารถทำงานและเข้าถึงสวัสดิการของรัฐบาลได้
นอกจากนี้ การสำรวจสำมะโนประชากรเมื่อปี 2014 ซึ่งมีขึ้นครั้งแรกในรอบ 3 ทศวรรษ ทางการเนย์ปิดอว์ไม่ได้รวมชาวโรฮีนจาเป็นพลเมือง และไม่อนุญาตให้ชาวโรฮีนจาใช้คำว่า “โรฮีนจา” ในการระบุอัตลักษณ์ของตนเอง
“ผมคิดว่าถ้าผมเป็นโรฮีนจา ผมอยากจะอยู่ในที่ที่ผมเกิด แต่ผมก็อยากประกันได้ว่ารัฐบาลจะปกป้องผม และคนอื่นๆ ก็จะปฏิบัติต่อผมอย่างเป็นธรรม” โอบามา ระบุ
ขณะเดียวกัน อองซานซูจี ผู้นำฝ่ายค้านของพม่า ผู้เป็นเจ้าของรางวัลโนเบลยังไม่แสดงการตอบโต้ ใดๆ ต่อขบวนการชาวพุทธชาตินิยมที่ยังรณรงค์เรียกร้องให้ทางการเพิ่มข้อจำกัดที่เข้มงวดสำหรับชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมซึ่งส่งผลกระทบต่อโรฮีนจาโดยตรง







