
EconDaily
ความพยายามผลักดันค่าเงินหยวนใกล้ความจริงเข้าไปอีกก้าว เมื่อหน่วยงานธุรกรรมทางการเงินระหว่างประเทศอย่าง สมาคมโทรคมนาคมทางการเงินระหว่างธนาคารทั่วโลก (สวิฟต์) ออกมาบอกว่า การใช้ค่าเงินหยวนทำธุรกรรมในเอเชียแปซิฟิกคิดเป็นสัดส่วน 31% ของการทำธุรกรรมทั้งหมด นับว่าเพิ่มขึ้นมากเมื่อเทียบกับเดือน เม.ย. 2012 ที่อยู่ที่ 7% เท่านั้น และยังเป็นสัดส่วนที่มากกว่าค่าเงินเหรียญสหรัฐ ค่าเงินเหรียญฮ่องกง และค่าเงินเยนของญี่ปุ่นเสียอีก แสดงให้เห็นว่า ค่าเงินหยวนได้รับความนิยมมากขึ้น
ความพยายามผลักดันค่าเงินหยวนใกล้ความจริงเข้าไปอีกก้าว เมื่อหน่วยงานธุรกรรมทางการเงินระหว่างประเทศอย่าง สมาคมโทรคมนาคมทางการเงินระหว่างธนาคารทั่วโลก (สวิฟต์) ออกมาบอกว่า การใช้ค่าเงินหยวนทำธุรกรรมในเอเชียแปซิฟิกคิดเป็นสัดส่วน 31% ของการทำธุรกรรมทั้งหมด นับว่าเพิ่มขึ้นมากเมื่อเทียบกับเดือน เม.ย. 2012 ที่อยู่ที่ 7% เท่านั้น และยังเป็นสัดส่วนที่มากกว่าค่าเงินเหรียญสหรัฐ ค่าเงินเหรียญฮ่องกง และค่าเงินเยนของญี่ปุ่นเสียอีก แสดงให้เห็นว่า ค่าเงินหยวนได้รับความนิยมมากขึ้น
ในขณะเดียวกัน การค้าปลีกของญี่ปุ่นในเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา เรียกได้ว่าปรับตัวดีขึ้น 5% หลังจากที่เดือน มี.ค. ต้องปรับตัวลดไปถึง 9.7% สอดคล้องกับที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอจี) ระบุว่า การใช้จ่ายผู้บริโภคกำลังดีขึ้น เช่นเดียวกับที่เศรษฐกิจกำลังฟื้นตัว
ด้านการขยายตัวทางเศรษฐกิจของฟิลิปปินส์ ประจำไตรมาสแรกของปีนี้ ขยายตัวอยู่ที่ 5.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ที่ 5.6% และไตรมาสก่อนที่อยู่ที่ 6.6% โดยนับว่าต่ำกว่าที่ตลาดและรัฐบาลคาดการณ์เอาไว้ จากการชะลอการใช้จ่าย โดยเฉพาะการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลฟิลิปปินส์เอง







