
มาเลย์เจอ100ศพโรฮีนจาคาดเหยื่อค้ามนุษย์
รัฐมนตรีมหาดไทยมาเลเซีย เผย พบหลุมศพโรฮีนจา-บังกลาเทศ 30 หลุม กว่า 100 ศพติดชายแดนไทย
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
มาเลเซียพบหลุมศพผู้อพยพโรฮีนจา-บังกลาเทศมากกว่า 30 หลุม กว่า 100 ศพ ในรัฐปะลิส ทางตอนเหนือของประเทศ ที่เมืองปาดังเบซาร์ ติดกับชายแดนประเทศไทย
หนังสือพิมพ์ เดอะ สตาร์ ของมาเลเซีย รายงานอ้าง อาห์หมัดซาฮิด ฮามิดี รัฐมนตรีมหาดไทย ยืนยันว่าได้พบหลุมศพเหล่านี้ราว 30 หลุม ที่เมืองปาดังเบซาร์ จริง และศพที่พบนั้นเป็นผู้อพยพโรฮีนจาและชาวบังกลาเทศ ซึ่งเป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์ โดยจุดที่พบหลุมศพเหล่านี้อยู่ไม่ไกลจากจุดที่ขบวนการค้ามนุษย์ได้จัดตั้งค่ายคุมขังผู้อพยพเหล่านี้ ซึ่งตั้งอยู่ตามชายแดนระหว่างเมืองปาดังเบซาร์ในรัฐปะลิส หลังถูกค้นพบเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
ซาฮิดได้แสดงความรู้สึก “ช็อก” และกล่าวว่า จากการสอบสวนพบว่าค่ายกักกันเหล่านี้ถูกตั้งอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวมานานมากว่า 5 ปี ซึ่งค่ายกักกันเหล่านี้ถูกทิ้งร้างเอาไว้หลังจากที่เจ้าหน้าที่มาเลเซียเข้าไปพบ
หนังสือพิมพ์มิงกวน ซึ่งเป็นภาษามาเลย์ ได้รายงานอ้างแหล่งข่าวไม่เปิดเผยนาม ระบุว่า ค่ายกักกันที่พบนั้นตั้งอยู่ในป่าทึบ ซึ่งเป็นภูเขาสลับซับซ้อนติดกับชายแดนไทย และเชื่อว่ามีส่วนเชื่อมโยงกับกรณีการพบค่ายกักกันผู้อพยพและหลุมศพชาวโรฮีนจาในฝั่งไทยก่อนหน้านี้
เมื่อช่วงกลางเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ตำรวจมาเลเซียได้เริ่มปฏิบัติการค้นหาและกวาดล้างค่ายกักกันดังกล่าว หลังจากที่ฝั่งไทยได้พบหลุมศพชาวโรฮีนจาและบังกลาเทศ 26 คน เมื่อวันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา
“ตำรวจฝ่ายพิสูจน์หลักฐานกำลังอยู่ในกระบวนการระบุอัตลักษณ์ผู้เสียชีวิต ซึ่งแต่ละหลุมศพนั้นอาจจะมีผู้เสียชีวิตอยู่ระหว่าง 3-4 ร่าง แต่เรายังไม่รู้แน่ชัดว่าจำนวนทั้งหมดมีอยู่เท่าไหร่ เราอาจจะพบศพมากกว่านี้” รัฐมนตรีมหาดไทยมาเลเซีย กล่าว
ขณะที่ทางด้าน เดอะ สตาร์ ยังรายงานอ้างแหล่งข่าวไม่เปิดเผยนามด้วยว่า ฝ่ายตำรวจคอมมานโดของมาเลเซียและเจ้าหน้าที่นิติเวชได้เดินทางลงพื้นที่ที่พบหลุมศพแล้ว ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ลึกและเต็มไปด้วยภูเขา ขณะที่หนังสือพิมพ์มิงกวนได้รายงานว่า ได้มีการจับกุมชาวมาเลเซียท้องถิ่นและชาวต่างชาติอีกจำนวนหนึ่งแล้วที่เกี่ยวข้องกับการค้นพบหลุมศพในครั้งนี้
ขณะเดียวกัน เมื่อวานนี้เรือลาดตระเวนของกองทัพเรือพม่าสามารถช่วยเหลือผู้อพยพ 200 คน ได้จากเรือกลางทะเล โดยในจำนวนนั้นมี 8 คน ที่เป็นชาวโรฮีนจาจากพม่า โดยรายงานระบุว่าพม่าได้ร่วมในปฏิบัติการช่วยเหลือผู้อพยพเหล่านี้ เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าผู้อพยพนับพันที่กำลังกลายเป็นปัญหาอยู่นั้น ไม่ใช่ชาวโรฮีนจาจากพม่าทั้งหมด
เจ้าหน้าที่พม่ายืนยันว่า ผู้อพยพที่พม่าช่วยเหลือไว้ได้นั้น จะถูกเนรเทศส่งกลับไปยังบังกลาเทศทั้งหมดในทันที
“เราได้ให้ความช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรมกับพวกเขาแล้ว หลังจากนั้นเราจะส่งพวกเขากลับไปยังประเทศที่เกี่ยวข้อง” เอเอฟพี รายงานอ้างเจ้าหน้าที่พม่า
“สิ่งนี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ผู้อพยพชาวเรือเหล่านี้ไม่ใช่โรฮีนจาจากพม่าทั้งหมด หลักฐานเห็นชัดๆ” ซอว์ ฮเตน์ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสำนักงานประธานาธิบดีแห่งพม่า ระบุผ่านเฟซบุ๊ก
อย่างไรก็ตาม เมื่อวานนี้ ทางด้าน วีเจย์ นัมเบียร์ ที่ปรึกษาพิเศษด้านกิจการพม่าประจำเลขาธิการสหประชาชาติ ซึ่งอยู่ในระหว่างการเดินทางเยือนพม่านั้น ได้กล่าวว่า พม่าสมควรได้รับการยกย่องที่ให้ความร่วมมือในปฏิบัติการช่วยชีวิตผู้อพยพ แต่กระนั้นพม่าก็ต้องหยุดละเมิดชาวโรฮีนจาด้วย ซึ่งเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ชาวโรฮีนจาเหล่านี้ต้องตกไปอยู่ในมือของขบวนการค้ามนุษย์
“ส่วนหนึ่งของปัญหาผู้อพยพก็คือการปฏิบัติการของพม่าต่อชุมชนมุสลิมในรัฐยะไข่ และการเหยียดชาวโรฮีนจาเหล่านี้ก็เป็นสิ่งที่เราต้องแก้ปัญหา” นัมเบียร์ กล่าวในระหว่างการเดินทางเยือนรัฐยะไข่ทางตะวันตกของพม่า
ทั้งนี้ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การปะทะกันระหว่งชาวมุสลิมและชาวพม่าเกิดขึ้นบ่อยครั้งจนทำให้เกิดการพุ่งเป้าทำร้ายชาวมุสลิมโรฮีนจาเป็นจำนวนมาก และดูเหมือนว่าสถานการณ์จะไม่มีวี่แววพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้น โดยล่าสุดนั้นได้มีชาวพม่าจำนวนมากได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเพจของรัฐบาลพม่า แสดงความเห็นให้ผลักดันคนเหล่านี้ออกไปจากประเทศ
“พม่าไม่ต้องการพวกกาลาส์” ชาวพม่าคนหนึ่งแสดงความเห็น โดย กาลาส์ คือคำเรียกชาวมุสลิมในภาษาพม่า
ภาพ : ผู้อพยพชาวโรฮีนจาและบังกลาเทศที่ได้รับการช่วยเหลือจากอินโดนีเซีย / เอเอฟพี







