
ชี้โรฮีนจานับพันยังลอยทะเล
นายหน้าค้ามนุษย์ทิ้งเรือโรฮีนจา หลังไทย-มาเลย์เอาจริงปราบค้ามนุษย์
นายหน้าค้ามนุษย์ทิ้งเรือโรฮีนจา หลังไทย-มาเลย์เอาจริงปราบค้ามนุษย์
คริส เลอวา ผู้อำนวยการโครงการอาราคัน โครงการยกระดับชีวิตโรฮีนจา ประเมินว่า ผู้อพยพอีกราว 7,000-8,000 คน ยังคงลอยคออยู่ในเรือทั้งลำใหญ่และเล็กแถบช่องแคบมะละกาและน่านน้ำใกล้เคียง เนื่องจากการปราบปรามการค้ามนุษย์ของไทยและมาเลเซียทำให้นายหน้าไม่สามารถพาผู้อพยพขึ้นฝั่งได้
นอกจากนี้ เลอวา ยังแสดงความกังวลว่า นายหน้าอาจจะทิ้งเรือบรรทุกผู้อพยพเหล่านั้นให้อยู่กลางทะเล โดยผู้อพยพบางคนอาจอยู่ในทะเลมากกว่า 2 เดือนแล้ว ส่งผลให้ผู้อพยพขาดแคลนอาหารและน้ำ และเสียชีวิตในท้ายที่สุด
ขณะเดียวกัน สำนักข่าวเอพีรายงานว่า ผู้อพยพชาวโรฮีนจาและบังกลาเทศราว 1,600 คน อพยพขึ้นชายฝั่งมาเลเซียและอินโดนีเซียอย่างผิดกฎหมายในช่วงวันที่ 10-11 พ.ค.ที่ผ่านมา
สำหรับผู้อพยพจำนวน 6,000 คน แบ่งเป็นเรือ 4 ลำ ที่บรรทุกผู้อพยพ 600 คน ขึ้นฝั่งที่อาเจะห์ ประเทศอินโดนีเซีย และเรือ 3 ลำ บรรทุก 1,018 คน ขึ้นฝั่งที่ทางตอนเหนือของเกาะลังกาวี ประเทศมาเลเซีย
จามิล อาเหม็ด ผู้ช่วยหัวหน้าตำรวจเกาะลังกาวี กล่าวว่า ผู้ดูแลเรืออพยพหลบหนีไปหลังจากพาผู้อพยพขึ้นฝั่ง โดยผู้อพยพเหล่านี้ไม่ได้กินอะไรมา 3 วันแล้ว นอกจากนี้ยังคงมีเรืออพยพอีกอย่างน้อย 2 ลำ ที่ไม่สามารถระบุตำแหน่งได้
ทั้งนี้ สำนักข่าวเอพีรายงานว่า เทคนิคของนายหน้าค้ามนุษย์เหล่านี้เริ่มเปลี่ยนไป ภายหลังจากไทยจัดการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์อย่างจริงจังในเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการตอบสนองของไทยภายหลังจากสหรัฐปรับระดับการค้ามนุษย์ของไทยไปอยู่ระดับต่ำสุด
เอพียังรายงานอีกว่า เส้นทางที่นายหน้าพาผู้อพยพไป จะหยุดพักที่ไทยเป็นที่แรก โดยนายหน้าจะเรียกค่าไถ่เป็นจำนวน 2,000 เหรียญสหรัฐ (ราว 6.4 หมื่นบาท) จากเพื่อนหรือครอบครัวของผู้อพยพ ก่อนจะพาผู้อพยพไปต่อที่มาเลเซียหรือประเทศอื่นๆ แต่หากไม่สามารถจ่ายค่าไถ่ดังกล่าวได้ นายหน้าจะทำร้ายร่างกาย รวมถึงฆ่าผู้อพยพ







