
อินโดฯยันไม่ผิดโทษประหาร
อินโดนีเซียปกป้องโทษประหารหนทางสู้สงครามยาเสพติด หวังรักษาสัมพันธ์ออสซี่
อินโดนีเซียปกป้องโทษประหารหนทางสู้สงครามยาเสพติด หวังรักษาสัมพันธ์ออสซี่
มูฮัมหมัด พราเซทโย อัยการสูงสุดอินโดนีเซีย เปิดเผยว่า การประหารชีวิตนักโทษต่างชาติทั้ง 7 คน ซึ่งหมายรวมถึงนักโทษค้ายารายใหญ่ “บาหลีไนน์” ชาวออสเตรเลีย 2 คน ในข้อหาลักลอบขนส่งยาเสพติดไปเมื่อวันที่ 29 เม.ย.ที่ผ่านมานั้น เป็นส่วนหนึ่งของสงครามต่อสู้กับอาชญากรรมยาเสพติดที่กระทบต่อความมั่นคงของประเทศ
“การประหารไม่ใช่สิ่งที่ดี และไม่ใช่งานที่สนุก แต่เราต้องทำเพื่อที่จะช่วยเหลือประเทศชาติให้พ้นจากความอันตรายจากยาเสพติด พวกเราไม่ได้สร้างศัตรูกับประเทศที่ผู้ต้องโทษประหารจากมา แต่พวกเราต่อสู้กับอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด” พราเซทโยกล่าว
ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรีโทนี แอบบอตต์ ของออสเตรเลียที่เรียกร้องให้อินโดนีเซียละเว้นโทษประหารมาโดยตลอด ออกมาประณามการประหารว่าเป็นการกระทำที่โหดร้ายและไม่จำเป็น รวมถึงยังจะเรียกตัว พอล กริกซัน เอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำอินโดนีเซียกลับประเทศภายในสิ้นสัปดาห์นี้
เรตโน มาร์ซูดิ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซีย ระบุเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว ว่า ทางรัฐบาลกรุงจาการ์ตายังต้องการรักษาความสัมพันธ์อันดีกับออสเตรเลีย ซึ่งเป็นคู่ค้าสำคัญของอินโดนีเซียต่อไป
ในขณะเดียวกัน อาร์มานาธา นาเซียร์ โฆษกประจำกระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซีย เปิดเผยเกี่ยวกับแนวโน้มที่ออสเตรเลียอาจถอนความช่วยเหลืออินโดนีเซีย ว่า ทางอินโดนีเซียไม่เคยร้องขอความช่วยเหลือจากออสเตรเลีย และแม้ออสเตรเลียจะเคยเสนอความช่วยเหลือให้ แต่ความช่วยเหลือดังกล่าวไม่จำเป็นต่ออินโดนีเซียที่เริ่มมีเศรษฐกิจขนาดใหญ่
“เราเห็นว่าออสเตรเลียเป็นประเทศที่มีความสำคัญ และเชื่อว่าออสเตรเลียก็เห็นอินโดนีเซียสำคัญเช่นเดียวกัน พวกเราจะยังคงความสัมพันธ์ทางการทูตที่ดี”นาเซียร์กล่าว พร้อมระบุว่า ความสัมพันธ์ระยะยาวระหว่าง 2 ประเทศจะฟื้นฟูอย่างแน่นอน
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ระบุไปในทิศทางเดียวกันว่า แม้จะต้องเผชิญกับจุดบอดของความสัมพันธ์ทั้งสองประเทศ ทว่ายังคงมีความเชื่อมั่นว่าความสัมพันธ์จะฟื้นฟูเพื่อเป็นประโยชน์แก่ทั้งสองประเทศ







