
จีนพาเอเชียรอดศึกค่าเงิน
ความพยายามในการตรึงอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินหยวนไม่ให้ค่าเงินหยวนอ่อนลง ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจจีนที่กำลังชะลอตัว กำลังกลายเป็นเกราะคุ้มกันไม่ให้ประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียต้องเผชิญกับสงครามค่าเงิน
ความพยายามในการตรึงอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินหยวนไม่ให้ค่าเงินหยวนอ่อนลง ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจจีนที่กำลังชะลอตัว กำลังกลายเป็นเกราะคุ้มกันไม่ให้ประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียต้องเผชิญกับสงครามค่าเงิน
โจเอล คิม หัวหน้าฝ่ายตราสารหนี้เอเชียแปซิฟิกของแบล็กร็อก บริษัทจัดการลงทุนชื่อดังของสหรัฐ ซึ่งดูแลกองทุน 4.77 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 152.64 ล้านล้านบาท) กล่าวว่า การรักษาเสถียรภาพของค่าเงินหยวน กลายเป็นการลดความกดดันของคู่แข่งด้านการส่งออกของจีนในเอเชีย ไม่ต้องแทรกแซงให้ค่าเงินของตนอ่อนลง
“เราคาดว่าหยวนจะไม่อ่อนค่าลงอย่างรุนแรง แต่ในทางกลับกันหยวนจะแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับประเทศตลาดเกิดใหม่ด้วยกัน” คิม กล่าว
ความเคลื่อนไหวของจีนมีขึ้นจากความพยายามผลักดันเงินหยวนให้เป็นหนึ่งในสกุลเงินสำรองตามกำหนดของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ซึ่งมีเงื่อนไขเสถียรภาพของค่าเงินหยวน โดยไอเอ็มเอฟมีกำหนดจะหารือเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวในปีนี้
ก่อนหน้านั้น ค่าเงินหยวนอ่อนลงในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2015 เนื่องจากลงทุนคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางจีน (พีบีโอซี) จะดำเนินนโยบายผ่อนคลายทางการเงินตามทั่วโลก นับตั้งแต่สหภาพยุโรป (อียู) ไปจนถึงออสเตรเลีย ที่ใช้อัตราแลกเปลี่ยนที่อ่อนลงเป็นการสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ
หลังจากนั้นไม่นาน ปรากฏว่าค่าเงินหยวนเริ่มปรับตัวแข็งค่าขึ้นจากการที่ อี้กัง รองผู้ว่าการพีบีโอซี ออกมากล่าวถึงแนวนโยบายการเงิน ว่า สกุลเงินหยวนจะยังคงมีเสถียรภาพในอนาคต
“หากจีนยังดำเนินนโยบายรักษาค่าเงินหยวนต่อไป ก็จะเป็นการกดดันให้ประเทศที่เหลือในเอเชีย และประเทศที่เหลือในโลกต้องเปลี่ยนรูปแบบการเล่นสงครามค่าเงินอย่างแน่นอน” คิม ระบุ







