
เนปาลประกาศใช้ภาวะฉุกเฉิน
เนปาลตัดสินใจประกาศภาวะฉุกเฉินในพื้นที่เหตุแผ่นดินไหว พร้อมวอนนานาชาติส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม
เนปาลตัดสินใจประกาศภาวะฉุกเฉินในพื้นที่เหตุแผ่นดินไหว พร้อมวอนนานาชาติส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม
ความเสียหายอย่างหนักจากเหตุแผ่นดินไหววัดความรุนแรงได้ 7.9 ริกเตอร์ในเนปาลเมื่อวานนี้ ส่งผลให้รัฐบาลเนปาลตัดสินใจประกาศใช้ภาวะฉุกเฉินในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหว เพื่อเปิดทางให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยปฏิบัติงานให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยและค้นหาผู้รอดชีวิตจากซากปรักหักพังทั่วประเทศ
พร้อมกันนี้รัฐบาลเนปาลซึ่งจัดอยู่ในประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก ยังได้ส่งสารขอความช่วยเหลือจากประชาคมโลกในการจัดส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมให้แก่ผู้ประสบภัยในเนปาล
ขณะเดียวกัน แม้จะยังไม่สามารถประเมินมูลค่าความเสียหายได้ แต่ทางรัฐสภาของประเทศได้อนุมัติจัดตั้งงบ 500 ล้านรูปี (ราว 160 ล้านบาท) เพื่อเป็นกองทุนฉุกเฉินสำหรับจัดการภัยพิบัติในครั้งนี้ ขณะที่กระทรวงมหาดไทยเนปาลรายงานว่ามีพื้นที่ได้รับผลกระทบอย่างน้อย 29 เขตจากทั้งหมด 75 เขต
ทั้งนี้ มีรายงานว่าไม่ถึง 15นาทีหลังมีรายงานเหตุแผ่นดินไหว ซึ่งนับได้ว่ารุนแรงที่สุดในรอบ 80ปีของเนปาล นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี แห่งอินเดียได้มีคำสั่งจัดส่งความช่วยเหลือเบื้องต้นให้แก่ประเทศเพื่อนบ้านทันที โดยกองทัพอากาศอินเดียได้จัดส่งเครื่องบินทหารลำเลียงเจ้าหน้าที่บริหารจัดการภัยพิบัติไปยังเนปาลแล้ว
“เราอยู่ในกระบวนการค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม และกำลังทำงานเพื่อเข้าถึงผู้ที่ได้รับผลกระทบทั้งในประเทศ (อินเดีย) และในเนปาล” ทวิตเตอร์ของผู้นำโมดี ระบุ
ด้านประธานาธิบดีฟรองซัวส์ ออลลองด์ แห่งฝรั่งเศส ส่งสารแสดงความเสียใจถึงรัฐบาลเนปาล พร้อมระบุว่า ฝรั่งเศสพร้อมให้ความช่วยเหลือทุกรูปแบบตามที่ทางเนปาลร้องขอ
แรงสั่นสะเทือนครั้งนี้ยังทำให้เกิดหิมะถล่มรุนแรงในเทือกเขาเอเวอร์เรสต์ สถานที่ที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของประเทศ โดยเบื้องต้นมีรายงานว่า มีนักปีนเขาเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 8 คน และยังมีรายงานผู้สูญหายและได้รับบาดเจ็บแต่ยังไม่สามารถระบุจำนวนได้
ขณะที่เจ้าหน้าที่ในเขตโซลูคัมปู ทางผ่านไปยังเทือกเขาเอเวอร์เรสต์กำลังพยายามหาทางติดต่อนักปีนเขาทั้งหมดในฐานบนเทือกเขา โดยรายงานจากสมาคมนักปีนเขาแห่งเนปาลระบุว่าน่าจะมีนักปีนเขาในฐานที่พักบนเขาเอเวอร์เรสต์อยู่ราว 350 คน โดยทั้งหมดกำลังรอให้สภาพอากาศแจ่มใสเพื่อเดินทางต่อ ขณะที่หลายรายอยู่ระหว่างการปีนขึ้นเขา ซึ่งเกรงว่าอาจประสบภัยจากเหตุหิมะถล่ม







