
'ผูกมิตรด้วยการให้'
“ความปรารถนาอยากให้ตนเองเป็นที่ยอมรับนับถือ” ไม่ใช่เรื่องที่ถูกหรือผิด หรือดีหรือเลว
โดย...เพียงออ วิไลย [email protected]
“ความปรารถนาอยากให้ตนเองเป็นที่ยอมรับนับถือ” ไม่ใช่เรื่องที่ถูกหรือผิด หรือดีหรือเลว แต่เป็นธรรมดาของมนุษย์กับสังคมที่ต้องทำความเข้าใจ การที่จะได้มาซึ่งการยอมรับนับถือและมิตรอย่างจริงใจนั้น ผู้ปรารถนาต้องมีคุณธรรมความดีจนเป็นที่ประจักษ์ ดังหลักธรรมในพระพุทธศาสนาที่พระอาจารย์หลวงพ่ออารยะวังโส แห่งวัดป่าพุทธพจน์หริภุญไชย ได้เมตตานำมามอบให้แก่ศิษย์ได้พิจารณาเนืองๆ หัวข้อหนึ่ง คือ ฆราวาสธรรม 4 อันได้แก่ การมีสัจจะ (การรักษาความจริงแท้-ซื่อสัตย์) ทมะ (การฝึกตนข่มจิตรักษาใจ) ขันติ (อดทน อดกลั้น) และ จาคะ (การให้) ซึ่งหากใครได้ล่วงรู้และปฏิบัติตาม ย่อมเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จทั้งในชีวิตส่วนตัวและในเชิงธุรกิจ
“การผูกมิตรด้วยการให้” เป็นยุทธศาสตร์หนึ่งที่นานาประเทศได้ใช้มายาวนานและมีตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการให้เงินทุน ความช่วยเหลือเทคโนโลยี หรือการรับรอง-รับประกัน ซึ่งอาจเป็นการให้ด้วยมนุษยธรรมแก่ประเทศที่อ่อนแอกว่าหรือให้เพื่อหวังผลอย่างใดอย่างหนึ่งในอนาคต หลังจากที่เกาหลีได้พัฒนาอุตสาหกรรมจนกลายเป็นประเทศที่มี GDP สูงสุด 1 ใน 20 ของโลกจึงเริ่มจัดสรรงบประมาณของประเทศในการให้ความร่วมมือช่วยเหลือแก่ประเทศอื่นๆ อย่างจริงจัง ตั้งแต่ ปี 1982 ภายใต้โครงการ International Development Exchange Program (IDEP) โดยเชิญเจ้าหน้าที่รัฐจากประเทศกำลังพัฒนาไปฝึกอบรม ดูงานที่เกาหลี ให้ทุนการศึกษา (ซึ่ง “เชกา” ก็เป็นผู้รับคนหนึ่งด้วย)...ในปี 1991 จึงได้ก่อตั้งหน่วยงานที่สำคัญ ในการเข้าไปสู่ประเทศอื่นๆ ในฐานะ “ผู้ให้ความช่วยเหลือ” คือ Korea International Cooperation Agency (KOICA) กับ Korea Foundation (KF)
KOICA มีหน้าที่พิจารณาความช่วยเหลือทางด้านเงินทุน เงินกู้ หรือเทคโนโลยีแก่ประเทศด้อยพัฒนา รวมทั้งส่งอาสาสมัครเข้าไปในประเทศอื่น ส่วน KF มีหน้าที่ในการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางด้านการศึกษาและวัฒนธรรมกับนานาชาติ สนับสนุนให้มหาวิทยาลัยในต่างประเทศทำวิจัยเกี่ยวกับเกาหลี รวมถึงการส่งผู้เชี่ยวชาญการสอนภาษาเกาหลีให้ด้วย... KF มีบทบาทในการเข้ามาพัฒนาการสอนภาษาเกาหลีในไทย และได้ช่วยก่อตั้งภาควิชาภาษาเกาหลีมาแล้วในหลายมหาวิทยาลัย...
“มองตามความเป็นจริง” ความช่วยเหลือใดๆ ย่อมต้องมีวัตถุประสงค์ อย่างน้อยที่สุด คือ การทำให้เกิดความยอมรับนับถือในศักยภาพของเกาหลี รู้จักและเข้าใจเกาหลี ซึ่งจะนำไปสู่ผลสำเร็จมากมายมหาศาลในอนาคต เช่น ผลสำเร็จทางการค้า การลงทุน ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและอื่นๆ อีก... ซึ่งมิได้เสียหาย แต่เป็นธรรมดาตามบริบทของโลกแห่งทุนนิยมซึ่งผู้รับต้องตามให้ทัน...
บัดนี้ ขอว่าไปตามบทบาทโลกในฐานะผู้ประสานงานโครงการค่ะ... วันจันทร์และอังคาร ที่ 27-28 เม.ย.ศกนี้ ขอเรียนเชิญท่านที่อยู่ภาคเหนือรับฟังเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ สังคม และวัฒนธรรมเกาหลี (โดยความช่วยเหลือเงินทุนจาก KF) ณ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ตึก HB7 ตั้งแต่เวลา 08.30 น. เป็นต้นไป โปรแกรมน่าสนใจมากค่ะ วิทยากรเป็นอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาต่างๆ บินตรงมาจากเกาหลี และอาจารย์ไทยผู้เชี่ยวชาญเครื่องดนตรีพื้นบ้านเกาหลี โดยวันแรกจะเป็นการบรรยายเรื่อง อิทธิพลของศาสนาต่อวัฒนธรรมเกาหลี อุตสาหกรรมแฟชั่นเกาหลี (อันนี้พลาดไม่ได้จริงๆ) ชุดฮันบก และภาษาเกาหลีเบื้องต้นที่ผู้ยังไม่เคยเรียนมาก่อนสามารถเรียนรู้ได้ง่ายดาย...วันที่สอง จะสอน การชงชาตามประเพณีเกาหลี สอนตีกลองเกาหลี การสอนภาษาเกาหลี สุดท้ายจะเป็น Workshop ที่ให้ผู้ร่วมสัมมนาได้แสดงความคิดเห็น...ผู้สนใจทั่วไปสามารถมาลงทะเบียนหน้างานได้เลย แล้วพบกันค่ะ...







