
หวังรัฐปลดล็อกการบิน ห่วงลากท่องเที่ยวป่วนตาม
รัฐบาลฝากความหวังให้การท่องเที่ยวไทยเป็นเสาหลักค้ำยันเศรษฐกิจประเทศในยามที่ทุกภาคอุตสาหกรรมอ่อนแรง
โดย...พีรดา ปราศรีวงค์
รัฐบาลฝากความหวังให้การท่องเที่ยวไทยเป็นเสาหลักค้ำยันเศรษฐกิจประเทศในยามที่ทุกภาคอุตสาหกรรมอ่อนแรง ซึ่งตอนนี้เริ่มเห็นภาพที่สดใสมากขึ้นหลังจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่อั้นการเดินทางมานาน แต่เมื่อสถานการณ์ต่างๆ เข้าสู่ภาวะปกติก็ได้หลั่งไหลมาเมืองไทยอีกครั้ง โดยไตรมาสแรก (เดือน ม.ค.-มี.ค.) มียอดสูงถึง 7.87 ล้านคน เพิ่มขึ้น 23.54% สร้างรายได้ 3.9 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 26% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2557 ซึ่งไทยถูกปัญหาการเมืองรุมเร้า
เมื่อมองผิวเผินภาพการท่องเที่ยวไทยปีนี้ดูผ่านฉลุย แต่อาจสะดุดไปบ้างจากปัญหามาตรฐานการบิน ซึ่งองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ขีดเส้นให้กรมการบินพลเรือน (บพ.) เร่งแก้ไขมาตรฐานการบินให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ภายใน 90 วัน จนเกิดปัญหาการห้ามเครื่องเช่าเหมาลำ (ชาร์เตอร์ไฟลต์) ของไทยบางส่วนบินเข้าญี่ปุ่น เกาหลี ในช่วงต้นเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ล่าสุด พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม ออกมายอมรับว่าการแก้ไขปัญหาการบินมีแนวโน้มไม่ทันตามกำหนดเวลาประกาศภาคีของ ICAO และอาจส่งผลกระทบต่อเที่ยวบินประจำของสายการบินสัญชาติไทยได้
อิทธิฤทธิ์ กิ่งเล็ก ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) มองว่า หากการแก้ไขปัญหาการบินของไทยยืดเยื้อยาวนาน มีความเสี่ยงที่จะทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติไม่เชื่อมั่นต่อการใช้บริการสายการบินที่ออกใบอนุญาต (ไลเซนส์) โดย บพ. ซึ่งจะกระทบต่อภาคการท่องเที่ยว โดยเฉพาะความพร้อมที่จะผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) ด้านการบินและการท่องเที่ยวในภูมิภาคอาเซียนถดถอยลง เนื่องจากเพื่อนบ้านที่มีศักยภาพใกล้เคียงกับไทย อย่างมาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซียมีความพร้อมด้านการลงทุนและมีความพร้อมด้านการท่องเที่ยวมีแหล่งท่องเที่ยวที่ดึงดูดใจพร้อมรองรับและสร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวต่างชาติแทนที่ไทยในช่วงนี้
“ถ้าไทยไม่มีความพร้อมในการรองรับการเดินทาง การท่องเที่ยว การย้ายไปเที่ยวที่อื่นอาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต เพราะขณะนี้ทุกประเทศต่างใช้การท่องเที่ยวเป็นจุดขายสร้างรายได้เข้าประเทศ” อิทธิฤทธิ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 28 เม.ย.นี้ สทท.เตรียมประชุมหารือร่วมกับสมาชิกเพื่อประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้นจากปัญหาการบิน การปรับตัวและวางแผนรับมือ รวมถึงแนวทางแก้ไขปัญหา โดยมองว่าบริษัททัวร์ต้องเร่งปรับแผนธุรกิจรองรับความเสี่ยงดังกล่าว เช่น การปรับใช้เที่ยวบินปกติทดแทนการใช้เครื่องชาร์เตอร์ไฟลต์ ซึ่งอาจทำให้ต้นทุนทัวร์แพงขึ้น
นอกจากนี้ หากเกิดปัญหากับเที่ยวบินประจำปกติก็จะส่งผลกระทบหนักต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยว หากไม่แก้ไขเป็นรูปธรรมชัดเจนอาจทำให้ยอดจองเดินทางมาท่องเที่ยวไทยช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (โลว์ซีซั่น) ลดลง 15-20%
ศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะเร่งแก้ไขปัญหาการบินได้ทันตามกำหนดเวลา เพื่อไม่ให้กระทบต่อการท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ
ด้าน กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ยืนยันว่า ปัญหาการบินในขณะนี้จะไม่กระทบต่อภาพรวมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เพราะเชื่อว่ารัฐจะหาแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ โดยกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ยังยืนยันเป้าหมายรายได้การท่องเที่ยวที่ 2.2 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นรายได้ต่างประเทศ 1.4 ล้านล้านบาท และรายได้ในประเทศ 8 แสนล้านบาท นักท่องเที่ยวต่างชาติ 28.5 ล้านคน คนไทยเดินทางท่องเที่ยว 146 ล้านคน/ครั้ง
ทั้งนี้ กระทรวงอยู่ระหว่างการจัดทำแผนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวชาติ ปี 2559-2563 มุ่งสร้างคุณภาพให้การท่องเที่ยว เน้นการสร้างรายได้ต่อหัวต่อคนเพิ่ม โดยไม่มุ่งจำนวนนักท่องเที่ยวเหมือนที่ผ่านมา เบื้องต้นกำหนดให้รายได้การท่องเที่ยวไทยเติบโตไม่ต่ำกว่า 10% ทุกปี
ด้านผลงานช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาได้เดินหน้าแก้ปัญหาด้านการท่องเที่ยวพร้อมออกมาตรการกระตุ้นการเดินทาง การนำเสนอสินค้าทางการท่องเที่ยวใหม่ภายใต้แคมเปญ 12 เมืองต้องห้ามพลาด ซึ่งพบว่ามีผลตอบรับที่ดีจากนักท่องเที่ยว ส่งผลให้อัตราการเข้าพักใน 12 เมือง ดีขึ้น เช่น จ.ลำปาง เดือน ม.ค. เพิ่มขึ้น 39% เดือน ก.พ. เพิ่มขึ้น 12% และเดือน มี.ค. เพิ่มขึ้น 3.6%







