
ปูตินเลิกแบนขายมิสไซล์อิหร่าน
ผู้นำรัสเซียยกเลิกมาตรการห้ามขายมิสไซล์ให้แก่ประเทศอิหร่าน ย้ำชัดเป็นระบบมิสไซล์สำหรับป้องกันตนเองเท่านั้น
ผู้นำรัสเซียยกเลิกมาตรการห้ามขายมิสไซล์ให้แก่ประเทศอิหร่าน ย้ำชัดเป็นระบบมิสไซล์สำหรับป้องกันตนเองเท่านั้น
ประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซียได้อนุมัติการจัดส่งระบบป้องกันขีปนาวุธ (มิสไซล์) ทางอากาศให้แก่ประเทศอิหร่าน สร้างความวิตกกังวลว่าอาจกลายเป็นอุปสรรคต่อการเจรจาโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างอิหร่านกับรัฐบาลสหรัฐ
บลูมเบิร์กรายงานว่า การขายระบบมิสไซล์ข้างต้นยังอาจสามารถบั่นทอนความพยายามของรัฐบาลประธานาธิบดีบารัก โอบามาแห่งสหรัฐในการบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์ และอาจส่งผลต่อการขัดขวางการโจมตีทางอากาศอิหร่านของสหรัฐ และพันธมิตรอย่างอิสราเอล ในกรณีที่อิหร่านเพิกเฉยต่อข้อตกลงนิวเคลียร์
ข้อตกลงการขายระบบป้องกันขีปนาวุธทางอากาศครั้งนี้ มีมูลค่ารวมประมาณ 800 ล้านเหรียญสหรัฐ กระนั้น ก็ยังไม่มีการประกาศกำหนดเวลาการจัดส่งระบบดังกล่าวที่แน่นอน โดยก่อนหน้านี้ การซื้อขายครั้งนี้เคยระงับไปเมื่อ 5 ปีก่อน หลังองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ประกาศคว่ำบาตรอิหร่าน
ด้าน เซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย ออกมากล่าวย้ำชัดว่า การขายระบบป้องกันขีปนาวุธครั้งนี้จะมีส่วนช่วยให้การเจรจาโครงการนิวเคลียร์อิหร่านสำเร็จลุล่วงได้มากขึ้น เนื่องจากจะเป็นหลักประกันให้รัฐบาลอิหร่าน ซึ่งอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งภายในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ทวีความตึงเครียดรู้สึกมั่นคงปลอดภัย และพร้อมต่อการเจรจายุติโครงการนิวเคลียร์ ที่หลายฝ่าย โดยเฉพาะสหรัฐเชื่อว่า เกี่ยวข้องกับการผลิตอาวุธนิวเคลียร์
"การขายระบบขีปนาวุธ เป็นการดำเนินการด้วยเจตนาดี" รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซียกล่าวในแถลงการณ์ผ่านโทรทัศน์ ก่อนยืนกรานว่า ระบบดังกล่าวเป็นอาวุธที่ใช้สำหรับการป้องกันเท่านั้น และเป็นข้อตกลงที่ไม่ได้เป็นภัยคุกคามต่ออิสราเอลแน่นอน
อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงครั้งนี้ ได้สร้างความวิตกกังวลต่อสหรัฐ กระนั้น สหรัฐก็ยังเชื่อมั่นว่ารัสเซียยังคงเข้าใจและเห็นความสำคัญของมาตรการด้านความมั่นคงและปลอดภัยของชาติพันธมิตรในภูมิภาคตะวันออกกลาง







