posttoday
โอบามาพบคาสโตร เปิดฉากสัมพันธ์ใหม่2ชาติ

โอบามาพบคาสโตร เปิดฉากสัมพันธ์ใหม่2ชาติ

13 เมษายน 2558

การพบปะนอกรอบและพูดคุยกันซึ่งหน้าระหว่างประธานาธิบดีราอูล คาสโตร แห่งคิวบา กับประธานาธิบดีบารัก โอบามา แห่งสหรัฐ

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

การพบปะนอกรอบและพูดคุยกันซึ่งหน้าระหว่างประธานาธิบดีราอูล คาสโตร แห่งคิวบา กับประธานาธิบดีบารัก โอบามา แห่งสหรัฐ ในการประชุมผู้นำอเมริกา ที่กรุงปานามา ซิตี้  ประเทศปานามา เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ถือเป็นนาทีประวัติศาสตร์ในการยุติความสัมพันธ์ของ 2 ชาติ ที่มึนตึงกันมาอย่างยาวนานกว่า 50 ปี

ขณะเดียวกัน การหารือที่กินเวลากว่า 1 ชั่วโมงครั้งนี้ ยังได้รับการยอมรับจากผู้นำทั้งสองฝ่ายว่าเป็นก้าวแรกที่จะนำไปสู่การสิ้นสุดช่วงเวลาสงครามเย็นของสหรัฐกับคิวบา ที่ทำให้ความสัมพันธ์ของสองชาติไม่สามารถคืบหน้าไปได้

“มันคือการประชุมครั้งประวัติศาสตร์” ประธานาธิบดีโอบามากล่าว ก่อนขยายความว่าความเคลื่อนไหวครั้งนี้จะเป็นการเปิดฉากประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศหน้าใหม่ของทั้งสองฝ่าย และเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่จะได้ลงมือทำสิ่งใหม่ๆ เพื่อก้าวสู่หนทางอนาคต

เช่นเดียวกับผู้นำสหรัฐ ประธานาธิบดีคาสโตรแห่งคิวบาได้กล่าวแสดงความเชื่อมั่นในตัวประธานาธิบดีโอบามา ก่อนยอมรับว่าการฟื้นฟูความสัมพันธ์ของสองชาติอาจเป็นเรื่องยาก แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะไม่สามารถเอาชนะได้

“เรา (คิวบา) ยินดีที่จะพูดคุยหารือในทุกเรื่อง เพียงแต่เรา (คิวบาและสหรัฐ) จำเป็นต้องมีความอดทน อย่างมาก โดยเราอาจจะมีความเห็นไม่ลงรอยกันในบางเรื่องวันนี้ แต่เราอาจเห็นพ้องร่วมกันในวันพรุ่งนี้ได้” ประธานาธิบดีคาสโตร กล่าว

แม้แต่ละฝ่ายจะยอมรับและมีความเห็นเป็นไปในทิศทางเดียวกันที่จะมุ่งฟื้นความสัมพันธ์ของสหรัฐและคิวบาขึ้นใหม่อีกครั้ง กระนั้นยังคงเร็วเกินไปที่จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆ  อย่างเป็นรูปธรรม โดยนักวิเคราะห์ส่วนหนึ่งได้ยกตัวอย่างกรณีที่สหรัฐยังคงชื่อของประเทศคิวบา ให้อยู่ในบัญชีรายชื่อประเทศผู้สนับสนุนการก่อการร้ายของสหรัฐ

ทั้งนี้ ประธานาธิบดีโอบามาแห่งสหรัฐ ยอมรับว่ายังคงเร็วเกินไปที่จะตัดสินใจเปลี่ยนแปลงเรื่องราวต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของสหรัฐกับคิวบา พร้อมย้ำว่า ทุกประเด็นทุกเรื่อง ซึ่งหมายรวมถึงสถานะของคิวบาในบัญชีรายชื่อข้างต้นต้องได้รับการพิจารณาอย่างถี่ถ้วนรอบคอบ ที่รวมถึงการอ่านรายงานสถานะการก่อการร้ายของประเทศต่างๆ ซึ่งจัดทำโดยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ

“ผมอยากทำให้แน่ใจว่า ผมได้มีโอกาสอ่านและศึกษารายงาน ก่อนที่จะเดินหน้าประกาศทิศทางนโยบายต่อไป” ผู้นำสหรัฐกล่าว โดยไม่วายย้ำว่า ทั้งคิวบาและสหรัฐมีศักยภาพและความสามารถที่จะร่วมมือกันเพื่อเปิดเส้นทางการค้า การท่องเที่ยว และการแลกเปลี่ยนผู้คนระหว่างกัน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนของทั้งสองชาติ

ขณะเดียวกัน ประเด็นของการพบปะของผู้นำทั้งสองชาติที่น่าสนใจในครั้งนี้ยังรวมถึงท่าทีของประธานาธิบดีราอูล คาสโตร แห่งคิวบา ที่บรรดานักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวขาญด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1959 ที่ผู้นำคิวบาให้การยอมรับและกล่าวยกย่องผู้นำสหรัฐ

“ในความเห็นของผม ประธานาธิบดีโอบามาเป็นชายที่ซื่อสัตย์จริงใจ ผมชื่นชมเขา และผมคิดว่าพฤติกรรมดังกล่าวเป็นผลมาจากภูมิหลังที่อ่อนน้อมของเขาเอง” ประธานาธิบดีคาสโตร กล่าว

นอกจากนี้ นักวิเคราะห์อีกส่วนหนึ่งเห็นตรงกันว่า การพบปะกันในครั้งนี้ยังเป็นหลักฐานพิสูจน์อย่างดีว่า นโยบายด้านการต่างประเทศของสหรัฐ ที่มุ่งเน้นการกีดกันหรือโดดเดี่ยวประเทศใดประเทศหนึ่ง เป็นนโยบายที่ไม่ก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์ใดๆ ต่อสหรัฐ

ทั้งนี้ เบน โรห์ดส รองที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของประธานาธิบดีโอบามา แสดงความเห็นว่า  การพบปะกันในครั้งนี้มีขึ้นเพราะผู้นำสหรัฐเชื่อว่า การโดดเดี่ยวคิวบาจากสหรัฐเป็นแนวทางที่ล้มเหลว และต้องการจะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงแนวทางทางการทูตกับความเป็นมหาอำนาจของสหรัฐ ตามที่ผู้นำสหรัฐเคยกล่าวไว้ในสุนทรพจน์เมื่อครั้งเข้ารับตำแหน่งปี 2009 ว่าสหรัฐยินดีจะยื่นมือออกไปหากอีกฝ่ายเต็มใจที่จะคลายหมัดก่อน

อย่างไรก็ตาม แม้ผู้เชี่ยวชาญส่วนหนึ่งจะเชื่อมั่นว่าในอนาคตสหรัฐน่าจะลบคิวบาออกจากบัญชีรายชื่อประเทศผู้ให้การสนับสนุนการก่อการร้าย และการเดินหน้าคลายกฎระเบียบต่างๆ  ทั้งทางด้านการค้าและการเดินทางไปมาระหว่างกัน

กระนั้น ท่าทีดังกล่าวก็ไม่ได้รับความเห็นชอบจากทุกฝ่าย โดยเว็บไซต์ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า มีนักวิชาการส่วนหนึ่ง รวมถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐจำนวนหนึ่งไม่เห็นด้วยที่สหรัฐจะมีท่าทีผ่อนปรนต่อรัฐบาลคิวบา ซึ่งมีข่าวอื้อฉาวพัวพันการทุจริตและขาดความโปร่งใส พร้อมระบุว่า การผ่อนคลายกฎให้รัฐบาลคิวบาอาจเป็นก้าวที่ผิดพลาดของสหรัฐก็เป็นได้

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่