
‘เมดอิน ไชน่า’ รถจักรไฮโดรเจน
จุดสูงสุดของการพัฒนาเทคโนโลยีระบบรางอาจไม่ใช่การทำความเร็วสูงที่สุดอีกต่อไป
จุดสูงสุดของการพัฒนาเทคโนโลยีระบบรางอาจไม่ใช่การทำความเร็วสูงที่สุดอีกต่อไป แต่อาจเป็นระบบรางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากที่สุดต่างหาก ถึงจะเข้ากับยุค และเข้าสมัยที่ต้องยอมรับเลยว่า สภาวะอากาศที่เปลี่ยนแปลงของโลกเริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้น
บริษัท สีฟาง บริษัทลูกของ ไชน่า เซาท์ เรียลเวย์ คอร์ปในจีน เป็นธุรกิจรถรางเจ้าแรกของโลกที่หันมาพัฒนาหัวรถจักรที่ใช้พลังงานไฮโดรเจนเพื่อลดการสร้างมลภาวะ โดยพลังงานไฮโดรเจนถือเป็นพลังงานสะอาดที่ของเสียที่ถูกปล่อยออกมาจากเครื่องยนต์จะมีเพียงแค่ “น้ำ” เท่านั้น
เครื่องยนต์ไฮโดรเจนยังใช้งานได้ง่าย โดยการเติมเชื้อเพลิงไฮโดรเจนลงในหัวรถจักรใช้เวลาเพียง 3 นาทีเท่านั้น และยังมีพลังอย่างล้นเหลือ โดยเมื่อเติมเชื้อเพลิงจนเต็มแล้ว หัวรถจักรสามารถลากตู้โดยสารที่มีน้ำหนักได้เท่ากับรถยนต์ 3 คัน หรือเท่ากับบรรทุกผู้โดยสาร 380 คน ได้เป็นระยะทางไกลถึง 62 ไมล์ (ราว 100 กิโลเมตร)
อย่างไรก็ตาม ระบบหัวรถจักรพลังไฮโดรเจนนี้จะต้องเผชิญปัญหาโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่พอรองรับในอนาคตอย่างแน่นอน เนื่องจากปัจจุบันจีนมีรางรถรางราว 83 ไมล์เท่านั้น และมีใน 7 เมืองเท่านั้น ทำให้ทางการจีนมีแผนจะทุ่มงบประมาณสูงถึง 2 แสนล้านหยวน (ราว 1.04 ล้านล้านบาท) เพื่อขยายเส้นทางรถรางให้มีขนาดใหญ่ขึ้นอีก 10 เท่า หรือเท่ากับ 1,200 ไมล์ (ราว 2,000 กิโลเมตร)
การเร่งพัฒนาเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมีขึ้น หลังจากที่แดนมังกร โดยเฉพาะในหัวเมืองใหญ่ๆ กำลังเผชิญปัญหามลพิษอย่างหนัก และกลายเป็นประเทศที่มีมลพิษสูงที่สุดในโลก
เทคโนโลยีไฮโดรเจนจึงเป็นความหวังสำหรับชาวจีน สำหรับเป็นพลังงานแห่งอนาคตที่ไม่ได้จำกัดเฉพาะในระบบรถรางเท่านั้น แต่ยังรวมถึงในระบบคมนาคมอื่นๆ อีกด้วย ที่จะช่วยให้จีนสามารถต่อสู้กับมลพิษในอากาศได้อย่างยั่งยืน







