
Chugoku 13
หลับสบายในโรงแรม Poppy Springs ที่ YunogoOnsen ไปหนึ่งคืนแล้ว รุ่งเช้าเราก็มุ่งหน้าสู่จังหวัดที่ 4ของทริปนี้
หลับสบายในโรงแรม Poppy Springs ที่ YunogoOnsen ไปหนึ่งคืนแล้ว รุ่งเช้าเราก็มุ่งหน้าสู่จังหวัดที่ 4ของทริปนี้คือ Tottori สามจังหวัดแรกอยู่ติดทะเลใน(SetoNaikai) เรียกว่า San’yo สองจังหวัดหลังที่เรียกว่าSan’inอยู่ติดทะเลญี่ปุ่นและตรงกันข้ามกับคาบสมุทรเกาหลี จึงทำให้ภูมิอากาศของเขตนี้ไม่อบอุ่นเท่ากับ San’yo โดยเฉพาะหน้าหนาวนี่หิมะตกหนักเอาเรื่อง เพราะได้รับอิทธิพลความหนาวเย็นจากไซบีเรียพาดผ่านเกาหลีแล้วปะทะกับจังหวัดที่อยู่ติดกับทะเลญี่ปุ่นก่อน นอกจากนี้ Tottori ยังเป็นหนึ่งในไม่กี่จังหวัดที่ไม่มีรถไฟชิงกังเซนวิ่งผ่านอีกด้วยเข้าใจว่าน่าจะมาจากสาเหตุที่ประชากรของทั้งจังหวัดมีไม่ถึงหกแสนคนซึ่งถือว่าน้อยที่สุดในญี่ปุ่นนั่นเอง
เราเดินทางกันไม่นานก็ถึงจุดหมายปลายทางแรกที่ SandMuseum แปลกันตรงตัวก็ควรจะหมายถึงพิพิธภัณฑ์เม็ดทรายแต่จริงๆแล้วที่นี่เป็นหอศิลป์ที่แสดงงานประติมากรรมจากเม็ดทรายครับ การที่เขามีหอศิลป์ตัวนี้ก็สืบเนื่องจากที่จังหวัดทตโทริมี Sand Dune หรือเนินทรายริมทะเลที่สวยงามแปลกตาเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยี่ยมชมกัน ก็เลยเกิดแนวคิดที่จะจัดงานแสดงที่เกี่ยวข้องกับเนินทรายขึ้น โดยจัดขึ้นครั้งแรกในปี 2006 เป็นงานแสดงผลงานประติมากรรมจากเม็ดทราย ในธีมประเทศอิตาลี่และยุคเรอเนสซองซ์ โดยจัดเป็นงานกลางแจ้งและมีหัวเรี่ยวหัวแรงใหญ่อย่างคุณ KatsuhikoChaen ผคู้ ร่ำ หวอดในวงการงานประติมากรรมทรายระดับโลกมาเป็น Producer คุณ Katsuhiko เริ่มงานระดับท้องถิ่นที่บ้านเกิดในเมือง Minamisatsuma จังหวัดคาโกชิมะ โดยจัดงานSand & Flower Festa ขึ้นตั้งแต่ปี 1987 ก่อนที่จะมีการก่อตั้งThe World Sand Sculpting Academy (WSSA) เสียอีกและคุณ Katsuhiko ยังเคยเป็นผู้ชนะเลิศการประกวดงานประติมากรรมจากเม็ดทรายของ WSSA ด้วย
ผมเคยมาพิพิธภัณฑ์เม็ดทรายแล้วเมื่อหลายปีก่อนตอนนั้นสถานที่จัดแสดงยังเป็นเต็นท์ขนาดใหญ่ คล้ายๆกับหลุมสำรวจโบราณสถาน แต่มารอบนี้กลายเป็นอาคารถาวรขนาดประมาณสนามกีฬาในร่มย่อมๆ การจัดงานแสดงเขามีการเปลี่ยนธีมไปเป็นระยะ จากปีแรกที่จัดงานแสดงกลางแจ้ง พอมาครั้งที่ 2 ในปี 2008 ภายใต้ธีมทวีปเอเชียก็เริ่มสร้างเป็นเต้นท์เพราะงานประติมากรรมทรายนี่กลัวลมและฝนเป็นที่สุด การขึ้นรูปจนสำเร็จเป็นชิ้นงานนั้นใช้แต่ทรายและน้ำล้วนๆไม่มีอย่างอื่นเจือปน เวลาเจอลมเจอฝนหรือแม้กระทั่งแดดก็จะทำให้ชิ้นงานเกิดการเสียหายได้ และเริ่มเก็บค่าเข้าชมเป็นครั้งแรก ครั้งที่ 3 จัดปี2009 ในธีมประเทศออสเตรีย ครั้งที่4 ปี 2010 ธีมทวีปแอฟริกาซึ่งเป็นครั้งที่ผมไปชมมา แล้วจึงเปลี่ยนมาเป็นอาคารถาวรในการจัดแสดงครั้งที่ 5 เมื่อปี 2012 เป็นธีมประเทศอังกฤษ และในปี 2013 พระบรมมหาราชวังของไทยเรารวมทั้งกระเหรี่ยงคอยาวก็ได้ไปอวดโฉมในการจัดงานครั้งที่ 6 ภายใต้ธีมทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และรอบนี้ที่ผมเพิ่งไปมา (ปี2014) เป็นธีมประเทศรัสเซียโดยมีศิลปิน19 ท่านจาก 10 ประเทศ (ไม่รวมคุณ Katsuhiko)มาร่วมสร้างผลงานกว่า 20 ชิ้น ให้เราได้ชมกัน ชิ้นที่น่าทึ่งที่สุดเป็นพระราชวังเครมลินที่โดดเด่นเห็นแต่ไกลส่วนชิ้นอื่นก็มีรายละเอียดไม่แพ้กัน ดูแล้วแทบไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นงานปั้นทราย เราเดินดูกันจนเป็นที่พอใจแล้วก็ได้เวลาออกไปชมสถานที่เที่ยวชื่อดังที่สุดของจังหวัดทตโทริสัปดาห์หน้าจะพาไปชมกันครับ







