
ตลาดเกิดใหม่โตต่ำสุดรอบ 5 ปี
สามบริษัทชั้นนำประเมินศก.ซึม เจอดอลลาร์แข็ง-น้ำมันดิ่งหนัก
โดย...ทีมข่าวโพสต์ทูเดย์
สามบริษัทชั้นนำประเมินศก.ซึม เจอดอลลาร์แข็ง-น้ำมันดิ่งหนัก
คาดไตรมาสแรก โตต่ำสุดตั้งแต่ 2009 เหตุดอลล์อ่อน-สินค้าโภคภัณฑ์ราคาวูบ
เว็บไซต์ไฟแนนเชียลไทมส์ รายงานอ้างข้อมูลเบื้องต้นของบริษัทวิจัยชั้นนำของโลก ระบุว่า การขยายตัวของเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ ในไตรมาสแรกของปีนี้จะเติบโตต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2009 หลังจากที่ประเทศกำลังพัฒนาเผชิญกับค่าเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่า และราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่อ่อนแอ
แคปปิตอล อิโคโนมิกส์ ซึ่งติดตามข้อมูลของประเทศตลาดเกิดใหม่ 46 ประเทศ ประเมินว่า การเติบโตของกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ในไตรมาสแรก จะขยายตัวเพียง 4% ในอัตรารายปี ซึ่งไม่เพียงแต่ต่ำกว่าไตรมาส 4 ของปีที่แล้วที่อยู่ที่ 4.5% แล้วยังเป็นระดับที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาส 4 ของปี 2009 อีกด้วย
ขณะเดียวกัน คริส วิลเลียมสัน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ มาร์กิต อิโคโนมิกส์ ระบุอ้างข้อมูลการวิเคราะห์ว่า การขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ในตลาดเกิดใหม่จะปรับตัวลดลงไปต่ำกว่า 5% ในไตรมาสแรก ซึ่งจะเป็นอัตราขยายตัวที่ต่ำที่สุดตั้งแต่ไตรมาส 3 ของปี 2009
ด้านของ แจสเปอร์ แมคมาฮอน จากนาว-แคสติง อิโคโนมิกส์ ก็ระบุว่า ประเทศตลาดเกิดใหม่ยักษ์ใหญ่บางแห่งมีแนวโน้มที่ชะลอตัวอย่างรุนแรงด้วย ยกตัวอย่างเช่น บราซิลที่จะหดตัวถึง 1.24% ในไตรมาสแรก หรือจีนที่อาจจะขยายตัวเพียง 6.82% ในช่วงเดียวกันเท่านั้น
นอกจากนี้แล้ว รายงานของไฟแนนเชียลไทมส์ยังระบุด้วยว่า การปรับตัวลดลงของราคาสินค้าโภคภัณฑ์และน้ำมันได้ส่งผลกระทบต่อรายได้ด้านการส่งออกของบางประเทศ เช่น บราซิล และรัสเซีย ขณะที่ค่าเงินเหรียญสหรัฐที่แข็งค่าได้จุดชนวนให้เกิดการไหลออกของเงินทุนจากหลายประเทศชั้นนำในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ ซึ่งหมายรวมถึงจีน ไทย มาเลเซีย และเกาหลีใต้ ซึ่งนักวิเคราะห์ประเมินว่า ทุนไหลออกจะรุนแรงมากขึ้นอีก
ขณะที่ นีล เชียร์ริ่ง หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของตลาดเกิดใหม่ ของแคปปิตอล อิโคโนมิกส์ ระบุว่า การชะลอตัวของกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ที่เกิดขึ้นในขณะนี้เป็นปัจจัยภายใน ซึ่งแตกต่างจากช่วงวิกฤตการณ์ทางการเงินที่มาจากปัจจัยภายนอก และคาดว่าการเติบโตที่ชะลอตัวลงจะอยู่ไปอีกราว 10 ปี
ข้อมูลเบื้องต้นที่คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจของตลาดเกิดใหม่จะอ่อนแอ มีขึ้นในวันเดียวกันกับที่สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (เอ็นบีเอส) ได้เปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อของจีนในเดือน มี.ค. ที่ขยายตัว 1.4% เมื่อเทียบในอัตรารายปี ซึ่งนับว่าขยายตัวเท่ากับเดือน ก.พ.
อย่างไรก็ตาม บรรดานักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขเงินเฟ้อแดนมังกรจะปรับตัวลดลงไปอีก ซึ่งจะทำให้ทางธนาคารกลางจีน (พีบีโอซี) ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม โดยนักเศรษฐศาสตร์ของโนมูระ คาดว่า จีนจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีก 3 ครั้ง และปรับลดสัดส่วนเงินทุนสำรองของธนาคารพาณิชย์อีก 3 ครั้ง ในปี 2015 นี้
ทั้งนี้ ข้อมูลเหล่านี้มีขึ้นในช่วงเดียวกันกับที่ คริสติน ลาการ์ด ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ได้ออกโรงเตือนว่า โลกควรรับมือกับการขยายตัวต่ำทางเศรษฐกิจ ที่จะมาพร้อมกับระดับหนี้สูง และอัตราการว่างงาน ถ้าหากผู้กำหนดนโยบายไม่ออกมาตรการใดๆ







