
ชิ้นส่วนผวาศึกนอก
อุตฯ รับช่วงผลิตชี้เอสเอ็มอีไทยยังไม่พร้อมรับอาเซียน หวั่นเสียโอกาสรุกตลาดต่างประเทศ พร้อมเจอทุนนอกบุก
อุตฯ รับช่วงผลิตชี้เอสเอ็มอีไทยยังไม่พร้อมรับอาเซียน หวั่นเสียโอกาสรุกตลาดต่างประเทศ พร้อมเจอทุนนอกบุก
นายสมเกียรติ ชูพรรคเจริญ นายกสมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย เปิดเผยว่า การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) เป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทยอย่างมาก แต่ขึ้นอยู่กับบริษัทและอุตสาหกรรมว่าจะสามารถเข้าไปทำธุรกิจในอาเซียนได้หรือไม่ เนื่องจากมีการแข่งขันสูง แต่ผู้ประกอบการไทยส่วนใหญ่ยังไม่พร้อม และยังเตรียมตัวไม่พอจะไปแข่งขันกับประเทศอื่น
“ในช่วงที่มีการปรับค่าแรงผู้ประกอบการต้องปรับเปลี่ยนการผลิตมาใช้ระบบอัตโนมัติมากขึ้น นำเทคโนโลยีมาใช้ยกระดับการผลิต แต่ผู้ประกอบการที่ไม่ใช่รายใหญ่หรือเอสเอ็มอียังไม่สามารถปรับเปลี่ยนได้ทันที เอสเอ็มอีจึงมีข้อจำกัดทำให้ไม่สามารถแข่งขันได้ผู้ประกอบการไทยที่มีความพร้อมมีอยู่ไม่ถึงครึ่งของผู้ประกอบการทั้งหมด” นายสมเกียรติ กล่าว
นอกจากนี้ ยังมีการแข่งขันจากต่างประเทศที่เข้ามาในประเทศไทย โดยเฉพาะเอสเอ็มอีจากญี่ปุ่น ที่มองหาแหล่งการลงทุนในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก หากผู้ประกอบการไทยไม่เร่งพัฒนาตัวเองอาจจะเสียความสามารถในการแข่งขันภายในประเทศไปด้วย
ทั้งนี้ เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ไทยถือเป็นผู้ผลิตอันดับต้นๆ ในอาเซียน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ ชิ้นส่วนเครื่องจักร และเครื่องจักรกลการเกษตร เนื่องจากไทยมีจุดเด่นคือการมีความเชี่ยวชาญในการผลิต
สำหรับกลุ่มที่มีความพร้อมได้ออกไปเปิดสาขาในต่างประเทศ เช่น อินโดนีเซีย พม่า ลาว ในอุตสาหกรรมยานยนต์ เช่น ผู้ผลิตนอต สกรู ป้อนให้กับบริษัทใหญ่ และอีกส่วนคือกลุ่มที่ไปผลิตสินค้าสำเร็จรูปเองเลย โดยมีทั้งออกไปต่างประเทศจากการตามบริษัทแม่ไป ส่วนใหญ่อยู่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ และออกไปเองเพื่อไปหาตลาดใหม่
นายสมเกียรติ กล่าวอีกว่า สมาคมได้ลงนามความร่วมมือกับทางญี่ปุ่นใน 3 จังหวัด ได้แก่ ยะมะนะชิ นากาโน่ และทตโตะริ เพื่อสร้างความร่วมมือกับผู้ประกอบการญี่ปุ่น โดยหากญี่ปุ่นต้องการที่จะเข้ามาลงทุนในไทย ควรจะร่วมมือกับผู้ประกอบการไทยในกลุ่มเดียวกัน เริ่มจากการสร้างความสัมพันธ์ทางการค้าและการพัฒนา ไปจนถึงการร่วมทุนกับผู้ประกอบการไทย สมาคมพยายามจะทำให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีระหว่างกันและพัฒนาเอสเอ็มอีไทย
ทั้งนี้ เอสเอ็มอีญี่ปุ่นที่เข้ามาในปัจจุบันมีหลากหลายอุตสาหกรรม ต่างจากเดิมที่ส่วนใหญ่ตามบริษัทแม่เข้ามาในอุตสาหกรรมยานยนต์ เนื่องจากญี่ปุ่นเห็นถึงศักยภาพของผู้ประกอบการไทย
สำหรับในปีนี้คาดว่าสถานการณ์ทางเศรษฐกิจภายในประเทศค่อนข้างนิ่ง ไม่เติบโต ทำให้อุตสาหกรรมอยู่ในภาวะทรงตัวเช่นเดียวกัน ผู้ประกอบการจะใช้ช่วงเวลานี้ในการปรับปรุงพัฒนาตัวเอง ปรับปรุงการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากกว่ามุ่งขยายการลงทุนใหม่
ปัจจุบัน สมาคมมีสมาชิก 400 ราย รายได้รวมภาคอุตสาหกรรมของสมาชิกทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 4 แสนล้านบาท/ปี โดยสมาชิกส่วนใหญ่กว่า 60% เป็นผู้ผลิตในอุตสาหกรรมสนับสนุนชิ้นส่วนยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนเครื่องจักรและเครื่องจักรกลการเกษตร และกลุ่มบรรจุภัณฑ์







