posttoday
โลกหวั่นสงครามค่าเงิน เบื้องหลังนโยบายคิวอี

โลกหวั่นสงครามค่าเงิน เบื้องหลังนโยบายคิวอี

06 เมษายน 2558

การอ่อนค่าลงอย่างหนักของค่าเงินยูโรของกลุ่มยูโรโซน ภายหลังจากการประกาศใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบผ่อนปรนเชิงปริมาณ (คิวอี)

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

การอ่อนค่าลงอย่างหนักของค่าเงินยูโรของกลุ่มยูโรโซน ภายหลังจากการประกาศใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบผ่อนปรนเชิงปริมาณ (คิวอี) ในช่วงที่ผ่านมา ได้ก่อให้เกิดกระแสการถกเถียงถึง “สงครามค่าเงิน” ที่กำลังเกิดขึ้นหลังจากที่หลายเขตเศรษฐกิจได้ใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจเหล่านี้ เพื่อกดให้ค่าเงินอ่อนค่าลงเพื่อสร้างความได้เปรียบในตลาดการค้าโลก

เอเอฟพีรายงานกึ่งวิเคราะห์ที่กำลังแสดงความวิตกกังวลต่อเรื่องดังกล่าว ซึ่งที่ผ่านมาเห็นได้ชัดว่า บรรดาธนาคารกลางของเขตเศรษฐกิจขนาดใหญ่ทั่วโลก หลังจากที่ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยต่ำลงแล้วก็มักจะใช้นโยบายการเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลและสินทรัพย์ของภาคเอกชน เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งส่งผลข้างเคียงทำให้ค่าเงินของเขตเศรษฐกิจนั้นๆ อ่อนตัวลงไปด้วย

รายงานได้ยกตัวอย่างของญี่ปุ่น ซึ่งมีการใช้แนวทางการกระตุ้นเศรษฐกิจในรูปแบบนี้เป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2001 เพื่อแก้ปัญหาเงินฝืด ก่อนที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะประกาศใช้ในเวลาต่อมาเมื่อปี 2008 ก่อนที่ญี่ปุ่นจะนำมาใช้อีกครั้งในปี 2013 ภายหลังจากที่นายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศ และตามมาด้วยธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ซึ่งเพิ่งประกาศนโยบายคิวอีนี้ไปเมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมานี้เอง ซึ่งนโยบายเหล่านี้ล้วนแต่ถูกตราหน้าว่าเป็น “ปืนใหญ่บาซูก้า” ที่ทำให้ค่าเงินอ่อนตัวลงไปด้วย

อย่างไรก็ตาม รายงานระบุว่า การใช้นโยบายเหล่านี้ไม่ได้มีเป้าหมายที่จะกดค่าเงินโดยตรง แต่เป็นผลข้างเคียงจากนโยบายคิวอีเท่านั้น โดยการเข้าซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลนั้น ถือเป็นการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเติบโตและเคลื่อนไหวของเศรษฐกิจขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้ตลาดเกิดความวิตกกังวลต่อสภาพคล่องที่มีมากเกินไปในตลาด และทำให้นักลงทุนหันไปลงทุนในตลาดอื่นเทน และได้ส่งผลให้ค่าเงินของประเทศนั้นๆ อ่อนตัวลง

“การพุ่งเป้าไปที่ค่าเงินนั้นไม่ถือว่าเป็นวัตถุประสงค์หลักของนโยบายเหล่านี้” แพททริก ฌัคผู้เชี่ยวชาญด้านตลาดพันธบัตรของธนาคารบีเอ็นพี ปาริบาส์ ของฝรั่งเศส กล่าว

ตลอดที่ผ่านมา บรรดาประเทศเศรษฐกิจกำลังพัฒนาได้โจมตีว่า การใช้นโยบายคิวอีของสหรัฐนั้นพุ่งเป้าไปที่การทำสงครามค่าเงินเป็นหลัก เพราะว่าสหรัฐประสบกับปัญหาการส่งออกที่ซบเซาในช่วงที่ผ่านมา ดังนั้น การใช้คิวอีเพื่อกดค่าเงินเหรียญสหรัฐให้อ่อนลงจึงเป็นสิ่งที่ให้ประโยชน์ต่อสหรัฐอย่างยิ่ง

เรเน เดสฟอสเซส ผู้เชี่ยวชาญด้านตลาดพันธบัตรจากธนาคารเพื่อการลงทุน นาติซิส ให้ความเห็นว่า “แม้ว่าการกดค่าเงินให้อ่อนลงอาจจะไม่ใช่วัตถุประสงค์หลักก็จริง แต่ทว่าประเทศเหล่านี้ก็กำลังคิดทำอยู่อย่างดังๆ และโลกก็ได้ยินทั้งหมด”

“เหตุผลนั้นชัดมาก เพราะอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินนั้น ถือเป็นหนึ่งในมาตรการหลักที่พวกเขาสามารถจะทำได้เพื่อฟื้นฟูสภาพเศรษฐกิจเช่นเดียวกับการดำเนินนโยบายทางการเงิน”

ทั้งนี้ ค่าเงินที่อ่อนลงนั้นจะช่วยส่งเสริมภาคการส่งออกและยังจะช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจภายในประเทศได้อีกด้วย ถ้าหากภาคเอกชนปรับค่าแรงขึ้นและส่งเสริมการสร้างงานใหม่ขึ้น

ทางด้าน เอริค นีลเซ็น หัวหน้าคณะนักเศรษฐศาสตร์จากธนาคารยูนิเครดิต ให้ความเห็นว่า  “แม้ว่าผมจะไม่ได้อยู่ค่ายเดียวกันกับคนที่เชื่อเรื่องสงครามค่าเงิน แต่ก็เป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องชี้ให้เห็นว่า บรรดาเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางรายใหญ่ทั้งหลายกำลังทำให้เห็นอย่างชัดเจนแล้วว่าพวกเขากำลังใช้นโยบายทางการเงินเพื่อผลประโยชน์ของประเทศพวกเขาเองเท่านั้น”

ยิ่งไปกว่านั้น รายงานระบุว่า มีหลายประเทศมากขึ้นที่เริ่มใช้นโยบายผ่อนปรนทางการเงินแล้ว  ไม่ว่าจะเป็นการใช้เพื่อผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ หรือเพื่อเป็นการตอบโต้ประเทศอื่นๆ ก็ตาม

กระนั้นก็ตาม ทางด้านคณะบรรณาธิการของบลูมเบิร์ก สำนักข่าวเศรษฐกิจชื่อดังยังคงเห็นว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นยังไม่ถือว่าเข้าขั้นของ “สงคราม” เนื่องจากทั้งกลุ่มยูโรโซน ญี่ปุ่น และจีนเองนั้นก็ตกอยู่ในสถานะที่สมควรอย่างยิ่งที่จะต้องกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยมาตรการทางการเงินเหล่านี้

ยิ่งไปกว่านั้น ในขณะนี้ยังไม่เห็นว่ามีเขตเศรษฐกิจหลักๆ ใดที่พยายามกักตุนค่าเงินของคู่แข่งเพื่อกดให้ค่าเงินตัวเองอ่อนลง ซึ่งนั่นจะเข้าข่ายสงครามค่าเงินมากกว่า

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่