
แคลิฟอร์เนียแล้งวิกฤต สั่งปันน้ำยังไม่พอใช้
แคลิฟอร์เนียแล้งจัด! เลวร้ายสุดในรอบ 120 ปี ผู้ว่าการรัฐสั่งให้มีการปันน้ำอย่างเคร่งครัด
แคลิฟอร์เนียแล้งจัด! เลวร้ายสุดในรอบ 120 ปี ผู้ว่าการรัฐสั่งให้มีการปันน้ำอย่างเคร่งครัด
วิกฤตน้ำแล้งในรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐเลวร้ายหนักขึ้น ล่าสุดผู้ว่าการรัฐออกกฎหมายฉบับเร่งด่วนสั่งให้มีการปันน้ำอย่างเคร่งครัด โดยในชั้นต้นให้ลดการใช้น้ำ 25% จากปริมาณการใช้น้ำเดิม เพื่อให้ยังเหลือน้ำไว้ใช้ในอีก 9 เดือนข้างหน้า
ก่อนหน้านี้ไม่นาน ทางการได้ขอความร่วมมือประชาชนและองค์กรภาคราชการและเอกชนช่วยกันตัดลดการใช้น้ำ 20% และหาทางแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำมาโดยตลอด เนื่องจากสถานการณ์ดังกล่าวเริ่มมาตั้งแต่ปี 2011 และต่อเนื่องยาวนานจนถึงตอนนี้ติดต่อกันเป็นปีที่ 4 ซึ่งนับว่าเลวร้ายที่สุดในรอบ 120 ปี โดยฝ่ายจัดการน้ำสันนิษฐานสาเหตุของภัยแล้งว่า เกิดจากสภาพอากาศที่ร้อนขึ้น หรือภาวะโลกร้อน มากกว่าเรื่องของฝนแล้ง
แคลิฟอร์เนียรับทราบถึงสัญญาณอันตรายมาโดยตลอด จากแหล่งเก็บน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคทั้งหมดมีระดับปริมาณน้ำที่ลดลงเรื่อยๆ และผ่านจุดเกินครึ่งไปแล้วถึงขั้นแห้งขอดในบางแห่ง จนประชาชนที่อาศัยอยู่ในเรือบ้านต้องนำเรือกลับเข้าฝั่ง
ตัวชี้วัดที่สำคัญอีกอย่างคือ ทุ่งหิมะ ซึ่งน้ำที่ละลายจากหิมะคิดเป็น 60% ของปริมาณน้ำในเขื่อนเก็บกักน้ำ หรือ 30% ของน้ำที่สำรองใช้ทั่วรัฐ ทว่า ขณะนี้ค่าเฉลี่ยหิมะเหลือความหนาเพียง 1-2 นิ้วเท่านั้น ลดลงอย่างฮวบฮาบจากเมื่อปีที่แล้วที่หนาถึง 33 นิ้ว
มาตรการประหยัดน้ำนี้จะออกบังคับใช้เป็นกฎหมายอย่างสมบูรณ์ในเดือน พ.ค.นี้ อย่างไรก็ดี รัฐขอความร่วมมือจากประชาชนนับตั้งแต่การประกาศในวันนี้ พร้อมกับออกข้อควรปฏิบัติซึ่งหากผู้ใดฝ่าฝืนจะมีโทษปรับ 10,000 เหรียญสหรัฐต่อวัน อย่างไรก็ตาม สื่อในสหรัฐแสดงความกังวลว่า มาตรการปันน้ำใช้อาจส่งผลกระทบให้ประชาชนไม่มีน้ำจะใช้อุปโภคบริโภคอย่างเพียงพอ







