
Econ Daily
จุดชนวนให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับการเติบโตของเศรษฐกิจแดนมังกรอีกครั้ง เมื่อธนาคารเอชเอสบีซี เปิดเผยตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายซื้อ (พีเอ็มไอ) ภาคการผลิตเบื้องต้นเดือน มี.ค.ของจีน พบว่า ปรับตัวลดลงไปอยู่ที่ 49.2 จุด นับเป็นระดับที่ต่ำที่สุดในรอบ 11 เดือน และระดับต่ำกว่า 50 จุด ยังสะท้อนถึงภาคการผลิตที่หดตัวด้วย ซึ่งส่งผลให้เกิดการคาดการณ์ว่าจีนอาจออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมอีก หลังได้ปรับลดดอกเบี้ยและปรับลดสัดส่วนเงินทุนสำรองของธนาคารพาณิชย์ (อาร์อาร์อาร์) ก่อนหน้านี้
จุดชนวนให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับการเติบโตของเศรษฐกิจแดนมังกรอีกครั้ง เมื่อธนาคารเอชเอสบีซี เปิดเผยตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายซื้อ (พีเอ็มไอ) ภาคการผลิตเบื้องต้นเดือน มี.ค.ของจีน พบว่า ปรับตัวลดลงไปอยู่ที่ 49.2 จุด นับเป็นระดับที่ต่ำที่สุดในรอบ 11 เดือน และระดับต่ำกว่า 50 จุด ยังสะท้อนถึงภาคการผลิตที่หดตัวด้วย ซึ่งส่งผลให้เกิดการคาดการณ์ว่าจีนอาจออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมอีก หลังได้ปรับลดดอกเบี้ยและปรับลดสัดส่วนเงินทุนสำรองของธนาคารพาณิชย์ (อาร์อาร์อาร์) ก่อนหน้านี้
อย่างไรก็ตาม ดัชนีพีเอ็มไอภาคการผลิตและภาคการบริการใน 19 ประเทศที่ใช้เงินสกุลยูโร เดือน มี.ค. กลับปรับตัวไปในทิศทางที่สดใสโดยเอชเอสบีซีเปิดเผยว่า ดัชนีดังกล่าวขยายตัวไปอยู่ที่ 54.1 จุด มากกว่าที่คาดการณ์ที่ 53.6 จุด และเพิ่มจากเดือน ก.พ.ที่ 53.3 จุดด้วย ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่าเศรษฐกิจในยูโรโซนกำลังแข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน จากเงินเฟ้อของยูโรโซนที่ยังสุ่มเสี่ยงเข้าสู่เงินฝืด มาริโอ ดรากี ผู้ว่าการธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) กล่าวระหว่างการให้การกับรัฐสภายุโรป ว่า อีซีบีจะยังคงใช้มาตรการเข้าซื้อสินทรัพย์ เป็นเวลาอย่างน้อย 18 เดือน และจะยังคงเข้าใช้ต่อไป จนกว่าจะมั่นใจว่าตัวเลขเงินเฟ้อจะมีเสถียรภาพใกล้ที่ระดับ 2% ท่าทีดังกล่าวสะท้อนถึงความพร้อมของอีซีบีในการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบมากขึ้นอีกในอนาคต







