posttoday
เอดีบีเตือนเอเชีย เร่งเสริมแกร่งการเงิน

เอดีบีเตือนเอเชีย เร่งเสริมแกร่งการเงิน

25 มีนาคม 2558

ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย (เอดีบี) เตือนเอเชียต้องเสริมแกร่งด้านการเงิน เสริมมาตรการสร้างเสถียรภาพป้องกันทุนไหลออก หากสหรัฐขึ้นดอกเบี้ย

ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย (เอดีบี) เตือนเอเชียต้องเสริมแกร่งด้านการเงิน เสริมมาตรการสร้างเสถียรภาพป้องกันทุนไหลออก หากสหรัฐขึ้นดอกเบี้ย

รายงานการคาดการณ์เศรษฐกิจของเอดีบีประจำปี 2015 ระบุว่า ระบบการเงินของประเทศกำลังพัฒนาในเอเชีย ซึ่งหมายถึงสมาชิกเอดีบีทั้ง 48 ประเทศ ยังคงล้าหลังประเทศพัฒนาแล้วอยู่มาก

เอดีบียกตัวอย่างสัดส่วนเงินฝากของสมาชิกเอดีบีว่าเฉลี่ยอยู่ที่ 60% ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) เปรียบเทียบกับสัดส่วนเงินฝากขององค์กรเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (โออีซีดี) ซึ่งอยู่ที่ราว 110%

นอกจากนั้น ขนาดของตลาดตราสารหนี้ยังมีขนาดเล็กกว่าครึ่งหนึ่งของขนาดจีดีพีโดยเฉลี่ยอีกด้วย และมีขนาดเล็กเท่ากับ 1 ใน 3 ของตลาดตราสารหนี้ในกลุ่มชาติพัฒนาแล้วที่มีตลาดซึ่งมีขนาดราว 140% ต่อจีดีพี

“การปรับปรุงประสิทธิภาพของภาคธนาคารและตลาดทุนสามารถกระตุ้นการลงทุน ผลิตผล และนวัตกรรมได้” ชางจินเหว่ย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของเอดีบี ระบุ

ชางยังเสริมด้วยว่า การลดการครอบงำเหนือรัฐวิสาหกิจด้านการเงินและพัฒนาตลาดตราสารหนี้ที่ตราในสกุลเงินท้องถิ่น เป็นก้าวที่สำคัญและจำเป็นสำหรับการพัฒนาการเงินของเอเชีย

ขณะที่การพัฒนาภาคการเงินให้มีประสิทธิภาพจะช่วยบรรเทาปัญหาความไม่เท่าเทียมตั้งแต่เนิ่นๆ และการเติบโตทางเศรษฐกิจจะขึ้นอยู่กับความพยายามของรัฐบาลในการเสริมความแข็งแกร่งให้ภาคการเงิน

“เนื่องจากวิกฤตการเงินสามารถนำพาไปสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยและสร้างความทุกข์ให้กับกลุ่มด้อยโอกาสทางเศรษฐกิจ ดังนั้นการสร้างความคุ้มกันให้กับเสถียรภาพทางการเงินจึงสำคัญต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ” รายงานระบุ

อย่างไรก็ตาม เอดีบีคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจของชาติกำลังพัฒนาในเอเชียจะแข็งแกร่งทั้งในปีนี้และปี 2016 แต่จำเป็นต้องมีการเตรียมมาตรการทางการเงินเพื่อรักษาเสถียรภาพและป้องกันภาวะทุนไหลกลับ จากการปรับขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐที่กำลังจะมีขึ้นเร็วๆ นี้

รายงานระบุด้วยว่า ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ดิ่งลง เป็นโอกาสสำคัญให้รัฐบาลทั่วเอเชียตัดลดนโยบายอุดหนุนราคาพลังงาน ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญเพื่อสร้างกรอบการพัฒนาสำหรับการเติบโตในระยะยาว แต่ความได้เปรียบจากน้ำมันราคาถูกจะไม่มีประโยชน์หากเกิดความตึงเครียดด้านเขตแดนขึ้นในภูมิภาค

ถึงกระนั้น เศรษฐกิจของสมาชิกเอดีบียังขึ้นอยู่กับจีนและอินเดียซึ่งถือเป็นสองเศรษฐกิจยักษ์ใหญ่ในภูมิภาคอีกด้วย

“หากจีนเผชิญความล้มเหลวในการลดความร้อนแรงของเศรษฐกิจ หรือการปฏิรูปของอินเดียเด็ดขาดน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ในช่วงแรก การชะลอตัวของทั้งสองประเทศจะกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศกำลังพัฒนาทั่วทั้งเอเชีย” รายงานระบุ

นอกจากนั้น ปัจจัยความเสี่ยงนอกภูมิภาคยังได้แก่วิกฤตหนี้กรีซและภาวะเศรษฐกิจถดถอยของรัสเซีย ก็อาจส่งผลกระทบต่อภูมิภาคนี้เช่นกัน

ทั้งนี้ เอดีบีคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโดยเฉลี่ยทั้งเอเชียจะเติบโตอยู่ที่ราว 6.3% ทั้งในปีนี้และปี 2016 โดย การเติบโตของจีนจะอยู่ที่ราว 7.2% ในปีนี้ และ 7% ในปีหน้า เนื่องจากความพยายามในการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจของรัฐบาลทำให้การลงทุนชะลอตัว ซึ่งถือเป็นอัตราการเติบโตที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 8.5% ในช่วง 5 ปี หลังจากวิกฤตการเงินโลก

ท่ามกลางการชะลอตัวของจีน เอดีบีคาดการณ์ว่าอินเดียจะมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แซงหน้าจีน เนื่องจากรัฐบาลอินเดียริเริ่มมีปฏิรูปโครงสร้างที่อยู่ในภาวะคอขวดและเสริมความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุน โดยเศรษฐกิจอินเดียน่าจะเติบโตอยู่ที่ 7.8% ในปีนี้ และ 8.2% ในปีหน้า

เศรษฐกิจของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) จะฟื้นตัวไปอยู่ที่ 4.9% ในปีนี้ และ 5.3% ในปี 2016 หลังจากที่เศรษฐกิจเติบโต 4.4% ในปีที่แล้ว โดยมีอินโดนีเซียและไทยที่จะเป็นผู้นำในการฟื้นตัวของภูมิภาค ขณะที่อีก 8 ชาติจะได้ประโยชน์จากการเติบโตของการส่งออกและอัตราเงินเฟ้อต่ำ

ด้าน นีลเส็น บริษัทวิจัยจากสหรัฐ เปิดเผยว่า ความเชื่อของผู้บริโภคต่อสภาพเศรษฐกิจในอาเซียนปรับตัวดีขึ้น โดยดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์อยู่ที่ 120 จุด ขณะที่ไทยอยู่ที่ 111 จุด และเวียดนามอยู่ที่ 106 จุด ซึ่งทั้งหมดติดอยู่ในอันดับที่ 1-10 ประเทศที่มีความเชื่อมั่นของ
ผู้บริโภคสูงที่สุดในโลก

ส่วนมาเลเซียเป็นประเทศเดียวในอาเซียน ที่มีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่ำที่ 89 จุด ต่ำกว่าอัตราเฉลี่ยโลกที่ 96 จุด

ทั้งนี้ ดัชนีมากกว่า 100 จุด ถือว่าผู้บริโภคมองเศรษฐกิจในแง่บวก แต่ถ้าต่ำกว่า 100 จุด ถือว่ามองเศรษฐกิจในแง่ลบ

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่