
ตลาดเกิดใหม่ส่อผันผวนหนัก
หัวเรือใหญ่ไอเอ็มเอฟเตือนตลาดเกิดใหม่เสี่ยงไร้เสถียรภาพ หลังสหรัฐขึ้นดอกเบี้ย
หัวเรือใหญ่ไอเอ็มเอฟเตือนตลาดเกิดใหม่เสี่ยงไร้เสถียรภาพ หลังสหรัฐขึ้นดอกเบี้ย
คริสติน ลาการ์ด ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ออกโรงเตือนว่า กลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่มีแนวโน้มเผชิญความไร้เสถียรภาพทางเศรษฐกิจครั้งใหม่ ถ้าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ โดยคาดการณ์ว่า อาจเผชิญกับความผันผวนอย่างหนักเหมือนเมื่อปี 2013 ที่เกิดภาวะทุนไหลออก และค่าเงินอ่อนค่าอย่างรวดเร็ว
ความเห็นข้างต้นมีขึ้นก่อนหน้าที่บรรดานักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า เจเน็ต เยลเลน ผู้ว่าการเฟด จะส่งสัญญาณปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบเกือบ 10 ปี หลังการประชุมวันที่ 17-18 มี.ค. โดยอาจจะยกเลิกการใช้คำว่า "อดทนรอ" ขณะเดียวกันทางเฟดจะยังคงประเมินถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ ท่ามกลางราคาน้ำมันลด และค่าเงินเหรียญสหรัฐที่แข็งค่าขึ้น
ผู้อำนวยการไอเอ็มเอฟ แสดงความกังวลว่า ผลกระทบทางลบจากการขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐจะทำให้เกิดวิกฤตอีกครั้ง เหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา เช่น อินเดีย และตุรกี เมื่อ 2 ปีก่อนหน้านี้ หลังจากที่ เบน เบอร์นันคี อดีตผู้ว่าการเฟดได้ส่งสัญญาณถึงการชะลอมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) ก่อนกำหนด
"ฉันกลัวว่าเหตุการณ์นั้นอาจจะไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว โดยช่วงเวลาในการขึ้นดอกเบี้ย และจังหวะการขึ้นดอกเบี้ยยังคงสามารถสร้างความแปลกใจให้ตลาดได้เสมอ" ลาการ์ด ระบุ ระหว่างการเดินทางไปเยือนอินเดีย
ข้อมูลจากไอเอ็มเอฟระบุว่า ช่วงปี 2009-2012 กลุ่มประเทศเศรษฐกิจกำลังพัฒนามีเงินทุนไหลเข้าจากประเทศพัฒนาแล้วถึง 4.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 144 ล้านล้านบาท) คิดเป็นสัดส่วนครึ่งหนึ่งของการไหลเข้าของเงินทุนโลกในช่วงนั้น
นอกจากนี้ ลาการ์ดยังระบุว่า ประเทศตลาดเกิดใหม่ยังเสี่ยงที่จะเผชิญกับการปรับตัวแข็งค่ามากขึ้นของค่าเงินเหรียญสหรัฐด้วย เนื่องจากบริษัทที่มีหนี้สิน ซึ่งอาศัยประโยชน์จากดอกเบี้ยต่ำในการกู้ยืมในรูปสกุลเงินเหรียญสหรัฐ จะต้องเผชิญกับต้นทุนของหนี้สินที่เพิ่มขึ้นอย่างมากด้วย
"การแข็งค่ามากขึ้นของเงินเหรียญสหรัฐยังคงสร้างแรงกดดันให้กับงบดุลของธนาคาร บริษัท และครัวเรือนที่กู้ยืมในรูปสกุลเงินเหรียญสหรัฐ แต่มีสินทรัพย์ หรือรายได้ในรูปสกุลเงินอื่น" ผู้อำนวยการไอเอ็มเอฟ กล่าว
จากสองความเสี่ยงที่จะเผชิญ ลาการ์ดได้เรียกร้องให้รัฐบาลประเทศตลาดเกิดใหม่ดำเนินการปฏิรูปทางเศรษฐกิจเพื่อกระตุ้นการเติบโต เสริมแกร่งฐานะบัญชีเดินสะพัด และทยอยปล่อยเสรีตลาดการเงิน พร้อมเรียกร้องให้ธนาคารกลางชาติต่างๆ เตรียมมาตรการฉุกเฉินเพื่อรับมือกับการอ่อนค่าของค่าเงิน และบริษัทที่ประสบปัญหาในการชำระหนี้ด้วย







