
ปักกิ่งย้ำไม่ปรับค่าเงินหยวนรุนแรง
โอบามายกย่องช่วยเศรษฐกิจโลก กูรูมองแค่หลบแรงกดดันต่างชาติ
โพสต์ทูเดย์
— จีนยันไม่เปลี่ยนแปลงเงินหยวนฉับพลัน ทุกอย่างจะค่อยเป็นค่อยไปเมื่อวันที่ 20 มิ.ย. ธนาคารกลางจีนสยบความวิตกกังวลในประเทศด้วยการตอกย้ำว่าการเปลี่ยนแปลงของค่าเงินหยวน จะไม่เป็นไปอย่างรุนแรงในครั้งเดียวตามที่กังวลกัน หลังจากที่ได้เปิดเผยว่าจะเตรียมปรับอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินหยวนให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้นได้เพียงวันเดียว
“
ในขณะนี้ยังไม่มีฐานที่จะทำการเปลี่ยนแปลง หรือปรับเงินหยวนครั้งใหญ่แต่อย่างใด” ธนาคารกลางจีนระบุผ่านเว็บไซต์กระนั้นแถลงการณ์ของรัฐบาลจีนก็ย้ำให้เห็นถึงความสำคัญของการปรับเปลี่ยนค่าเงินให้อยู่ในระดับที่สมดุลอย่างมีเหตุผลว่า จะส่งผลให้เกิดเสถียรภาพทางเศรษฐกิจที่เน้นไปทางภาคบริการ และการบริโภคมากขึ้น
ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา จีนได้ผูกค่าเงินหยวนติดไว้กับค่าเงินเหรียญสหรัฐ ซึ่งทำให้เกิดการโจมตีอย่างดุเดือดจากฝั่งสหรัฐที่แสดงความไม่พอใจอย่างชัดเจนว่าเป็นการทำให้ค่าเงินหยวนอ่อนค่ากว่าความเป็นจริง และเพื่อสร้างความได้เปรียบให้กับจีน
ด้านจีนก็ได้ยืนยันตลอดว่า การปฏิรูปค่าเงินหยวนนั้นจะเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่ไม่เคยระบุถึงนโยบายใดๆ ที่ชัดเจนที่จะปรับเปลี่ยนค่าเงินหยวนอีกด้วย กระนั้นก็ตาม คาดว่าตลาดทุนทั่วโลกจะจับตาความเคลื่อนไหวต่อท่าทีล่าสุดจากจีนในครั้งนี้
ทางด้านประธานาธิบดี บารัก โอบามา แห่งสหรัฐ กล่าวว่า ความเคลื่อนไหวจากจีนที่จะปรับเปลี่ยนค่าเงินหยวนในครั้งนี้จะช่วยปกป้องให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกเดินหน้าต่อไปได้ ขณะที่ทางด้านคณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) ระบุว่า จะเป็นผลดีต่อทั้งเศรษฐกิจโลก และเศรษฐกิจจีนเอง
เป็นที่น่าสังเกตว่า การประกาศครั้งนี้ของจีนมีขึ้นก่อนหน้าไม่กี่วันก่อนที่ประธานาธิบดี หูจิ่นเทา แห่งจีนจะเดินทางไปร่วมประชุมสุดยอดกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ 20 ประเทศ หรือ จี20 ที่เมืองโทรอนโต ประเทศแคนาดาในสัปดาห์นี้ ซึ่งคาดว่าจะเป็นหนึ่งในประเด็นหลักที่จะยกขึ้นหารือด้วย
จีนตกอยู่ภายใต้แรงกดดันจากชาติสมาชิก จี20 หลายชาติ ทั้งแอฟริกาใต้ บราซิล สหรัฐ และสหภาพยุโรป ที่ต้องการให้จีนปรับเปลี่ยนอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินใหม่ โดยเห็นว่าเงินหยวนที่อ่อนกว่าความเป็นจริงนั้นได้ทำให้สินค้าจีนราคาถูกกว่าจริงมาก และก่อให้เกิดความไม่สมดุลขึ้นในตลาดการค้าโลก
จ้าวซีจุน รองคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเหรินหมิง แห่งจีน ให้ความเห็นว่า จากมุมมองทางเศรษฐศาสตร์จะเห็นว่าแรงกดดันจากต่างชาติที่ผ่านมานั้นได้ส่งผลกระทบต่อการส่งออกของจีนเช่นกัน ขณะที่ในมุมระหว่างการเมืองและนโยบายทางเศรษฐศาสตร์มหภาคนั้น จะเห็นได้ว่าเป็นผลจากความต้องการที่สร้างสมดุลขึ้น
เอ้อตัน นักเศรษฐศาสตร์ชาวจีน ให้ความเห็นกับหนังสือพิมพ์เนชันแนล บิซิเนสเดลีเช่นกัน ว่า ความเคลื่อนไหวจากธนาคารจีนนั้นมีขึ้นเพื่อลดแรงกดดันในภาคการส่งออกลง ซึ่งขณะนี้ค่าเงินหยวนกลับแข็งค่าขึ้นราว 15% ต่อค่าเงินยูโรของสหภาพยุโรปที่อ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง
“
ภาคการส่งออกของจีนยังคงไม่มั่นคง และการเปลี่ยนแปลงเงินหยวนจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจภาคจริงอย่างรุนแรง การขยับขึ้นของเงินหยวนควรจะรอจนกว่าเศรษฐกิจเข้าที่เข้าทางอย่างแน่นอนเสียก่อน และควรจะรอให้แรงซื้อภายในของจีนขยายตัวขึ้นอย่างจริงจัง”






