ผู้นำบราซิลวอนทุกฝ่ายร่วมเจรจา
ผู้นำบราซิลวอนทุกฝ่ายเจรจา หลังประชาชนนับแสนลุกฮือขับไล่ออกจากตำแหน่ง เหตุไม่พอใจรัฐบาลคอร์รัปชั่น
ผู้นำบราซิลวอนทุกฝ่ายเจรจา หลังประชาชนนับแสนลุกฮือขับไล่ออกจากตำแหน่ง เหตุไม่พอใจรัฐบาลคอร์รัปชั่น
ประธานาธิบดี ดิลมา รูสเซฟฟ์แห่งบราซิลออกโรงวิงวอนขอให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้ามาเจรจากับรัฐบาลที่กำลังเผชิญวิกฤตรอบด้าน โดยท่าทีดังกล่าวมีขึ้นหลังประชาชนทั่วประเทศมากกว่า แสนคนลุกฮือขึ้นประท้วงขับไล่ เนื่องจากไม่พอใจข่าวอื้อฉาวเกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชั่นในรัฐบาลประธานาธิบดีรูสเซฟฟ์
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่าความนิยมในตัวประธานาธิบดีหญิงแห่งบราซิลกำลังลดลงเรื่อยๆ โดยแม้จะสามารถเอาชนะการเลือกตั้งเมื่อ 6 เดือนที่แล้วและกลับมาดำรงตำแหน่งผู้นำอีกครั้ง แต่ประธานาธิบดีรูสเซฟฟ์กำลังเผชิญกับแรงกดดันจากสาธารณะชนที่ต้องการให้ออกจากตำแหน่ง เพื่อแสดงความรับผิดชอบกรณีการติดสินบนในเปโตบราส รัฐวิสาหกิจน้ำมันรายใหญ่ของประเทศ มูลค่ากว่า 3,800 ล้านเหรียญสหรัฐ
กระแสความไม่พอใจของรัฐบาลประธานาธิบดีรูสเซฟฟ์แห่งบราซิล ที่มีกรณีอื้อฉาวเกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชั่นออกมาอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ความไม่พอใจยังมีขึ้นพร้อมกับปัญหาเศรษฐกิจของประเทศที่ตกอยู่ในภาวะซบเซา และการออกมาประท้วงของประชาชนตามเมืองใหญ่ทั่วประเทศกลายเป็นภาพสะท้อนความไม่พอใจของสาธารณะที่มีต่อรัฐบาลชุดปัจจุบันของบราซิลได้เป็นอย่างดี
ทั้งนี้ ในการขึ้นกล่าวสุนทรพจน์เมื่อวันที่ 16 มี.ค. (ตามเวลาท้องถิ่นบราซิล) ที่กรุงบราซิเลีย เมืองหลวงของประเทศ ประธานาธิบดีรูสเซฟฟ์ระบุชัดว่ารัฐบาลอยู่ภายใต้ภาวะแรงกดดันอย่างหนักหน่วง และต้องการเปิดการสนทนากับสังคม
พร้อมกันนี้ ผู้นำบราซิลยังวิงวอนให้ประเทศรักษาความเป็นหนึ่งเดียวกันและร้องขอให้ทุกฝ่ายการเมืองที่เกี่ยวข้องเอาใจใส่กับความโกรธเคืองของสาธารณะ ด้วยการร่วมมือกันปฎิรูปการเมืองอย่างจริงจัง
"เมื่อวานนี้ (15 มี.ค.) เมื่อดิฉันเห็นประชาชนหลายแสนคนออกมาประท้วงตามท้องถนน ดิฉันอดคิดไม่ได้ว่าการต่อสู้เพื่อปลดปล่อยเสรีภาพจากอำนาจเผด็จการคุ้มค่าเพียงใด" ผู้นำบราซิลกล่าวแสดงความเห็นต่อเหตุการณ์ประท้วงขับไล่ของประชาชนเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยประธานาธิบดีรูสเซฟฟ์คืออดีตผู้นำกองกำลังขับไล่รัฐบาลทหารบราซิลซึ่งถูกจองจำและทรมานในช่วงปี 1964-1985







