
เคพีเอ็มจีเตือน ส่งคนไปอาเซียน อยู่สั้นภาษีอาน
เคพีเอ็มจีเตือนบริษัทส่งคนทำงานอาเซียนคิดเรื่องภาษีเงินได้ให้ถี่ถ้วน อยู่สั้นเสี่ยงเสียภาษีแพง
เคพีเอ็มจีเตือนบริษัทส่งคนทำงานอาเซียนคิดเรื่องภาษีเงินได้ให้ถี่ถ้วน อยู่สั้นเสี่ยงเสียภาษีแพง
นายวิรัตน์ ศิริขจรกิจ กรรมการบริหาร บริษัท สำนักภาษีและกฎหมาย เคพีเอ็มจี ภูมิไชย เปิดเผยว่า ผู้ประกอบการที่ออกไปขยายธุรกิจในประเทศอาเซียนจะต้องพิจารณาเรื่องภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้ละเอียดและวางแผนให้ดี เพราะบางครั้งอาจทำให้ต้นทุนของบริษัทเพิ่มขึ้น ซึ่งบริษัทอาจต้องแบกรับค่าใช้จ่ายส่วนนี้แทนพนักงานในบางกรณี
ทั้งนี้ การส่งคนเข้าไปทำงานในพม่า หากพนักงานเข้าไปทำงานนานกว่า 180 วัน ถือเป็นผู้อยู่อาศัย (Resident) จะเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเฉลี่ยปีละ 5-25% ของรายได้ทั้งปี ขณะที่พนักงานที่เข้าไปทำงานไม่ถึง 180 วัน พม่าจะจัดเป็นผู้ไม่ได้อยู่อาศัย (Non-Resident) ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลถึง 35% ซึ่งแตกต่างกันอย่างมาก
ขณะที่ประเทศอื่น เช่น อินโดนีเซีย มีเพดานภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของผู้อยู่อาศัยอยู่ที่ 30% ขณะที่ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของผู้ไม่ได้อยู่อาศัยอยู่ที่ 20%
สำหรับภาษีเงินได้นิติบุคคลนั้น แม้ไทยจะจัดเก็บเพียง 20% ของกำไรสุทธิของบริษัท ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาค แต่เมื่อมาพิจารณาอัตราภาษีที่แท้จริง ไทยจะจัดเก็บรวมถึง 28% มากเป็นอันดับ 5 ของภูมิภาค รองจากฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ลาว และกัมพูชา
นอกจากนี้ นายวิรัตน์ กล่าวว่า ในอีก 3-5 ปีข้างหน้า โครงสร้างภาษีในประเทศกลุ่มซีแอลเอ็มวี ได้แก่ กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม มีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิง เช่น ในอนาคตพม่าอาจมีการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) สำหรับสินค้าและบริการต่างๆ จากปัจจุบันเก็บภาษีการค้า







