
จีน-อินเดีย ไม่แกร่งจริง
เมื่อวันที่ 5 มี.ค.ที่ผ่านมา รัฐบาลจีนประกาศเป้าหมายทางเศรษฐกิจของจีนในปีนี้ว่าจะอยู่ที่ 7% มากกว่าที่บรรดานักวิเคราะห์ประเมินไว้ว่าจะอยู่ที่ราว 4-5% เท่านั้น ในขณะที่เมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ทางอินเดียได้เปลี่ยนวิธีคิดการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ส่งผลให้เศรษฐกิจในปี 2015 นี้ อาจขยายตัวถึง 8%
เมื่อวันที่ 5 มี.ค.ที่ผ่านมา รัฐบาลจีนประกาศเป้าหมายทางเศรษฐกิจของจีนในปีนี้ว่าจะอยู่ที่ 7% มากกว่าที่บรรดานักวิเคราะห์ประเมินไว้ว่าจะอยู่ที่ราว 4-5% เท่านั้น ในขณะที่เมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ทางอินเดียได้เปลี่ยนวิธีคิดการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ส่งผลให้เศรษฐกิจในปี 2015 นี้ อาจขยายตัวถึง 8%
อย่างไรก็ตาม รูไชร์ ชาร์มา หัวหน้าฝ่ายตลาดเกิดใหม่และเศรษฐกิจโลกระดับมหภาคแห่งมอร์แกน สแตนเลย์ สถาบันการเงินระดับโลก เปิดเผยว่า จีดีพีของทั้งจีนและอินเดียมากเกินความเป็นจริง ซึ่งนักวิเคราะห์หลายคนลองคำนวณดูจากการลงทุน การค้า และการใช้จ่ายของทั้งเอกชนและรัฐบาล แล้วพบว่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจไม่ถึง 7% เสียด้วยซ้ำ
ชาร์มา ระบุว่า ตัวหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจจีนอย่างการลงทุนชะลอตัวลงอย่างรุนแรง ในขณะที่การบริโภค ตัวการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของอินเดียก็ปรับตัวลดลงเช่นเดียวกัน รวมถึงรัฐบาลอินเดียเองยังจำกัดการใช้จ่ายของรัฐบาลเองอีกด้วย
การที่จีนและอินเดียต่างประกาศตัวเลขเศรษฐกิจเกินความเป็นจริงนี้ จะทำให้นักลงทุนที่ต้องการตัวเลขที่แท้จริงในการตัดสินใจลงทุนต้องเผชิญกับความยากลำบาก เพราะไม่อาจคาดการณ์การเติบโตเศรษฐกิจโลกได้ โดยผลผลิตทางเศรษฐกิจของจีนและอินเดียคิดเป็นมากกว่า 1 ใน 3 ของจีดีพีโลก ซึ่งสุดท้ายแล้วจะกระทบต่อความน่าเชื่อถือของทั้งสองประเทศ
อย่างไรก็ตาม แม้รัฐบาลจะประกาศตัวเลขเศรษฐกิจเกินความเป็นจริง แต่นักวิเคราะห์ทั้งหลายก็ประเมินว่าเศรษฐกิจจีนและอินเดียจะขยายตัวมากกว่าประเทศตลาดเกิดใหม่อื่นๆ ถึง 2 เท่า โดยตลาดเกิดใหม่อื่นๆ เติบโตเฉลี่ยที่ 2.5% เท่านั้น







