
จีนไม่อาจแซงสหรัฐ
จีนแซงญี่ปุ่นขึ้นแท่นเป็นประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกในปี 2010 ส่งผลให้นักวิเคราะห์หลายคนคาดการณ์ว่าจีนจะสามารถแซงสหรัฐได้ในท้ายที่สุด
จีนแซงญี่ปุ่นขึ้นแท่นเป็นประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกในปี 2010 ส่งผลให้นักวิเคราะห์หลายคนคาดการณ์ว่าจีนจะสามารถแซงสหรัฐได้ในท้ายที่สุด
ทว่า รอย สมิธ ศาสตราจารย์ด้านการเงินที่วิทยาลัยธุรกิจสเติร์น มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก และอดีตหุ้นส่วนของโกลด์แมน แซคส์ กลุ่มทุนยักษ์ใหญ่ระดับโลก ซึ่งประเมินวิกฤตเศรษฐกิจฟองสบู่แตกในญี่ปุ่นได้ถูกต้องในช่วงปี 1986-1990 เปิดเผยว่า จีนจะเจริญรอยตามญี่ปุ่นที่ไม่อาจแซงสหรัฐ แล้วกลายเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจที่แท้จริงได้
สมิธ ระบุเหตุผลไว้ว่า จีนยังมีความเสี่ยงอยู่ 3 ประการ ได้แก่ ปริมาณหนี้เสีย และราคาหุ้นที่ซื้อขายกันอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ที่สูงเกินความเป็นจริง ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของประชากรผู้สูงอายุเช่นเดียวกับญี่ปุ่น ที่คิดเป็นเงินบำนาญและการบริการสาธารณสุขมหาศาล รวมถึงฟองสบู่ในอสังหาริมทรัพย์ที่เสี่ยงอย่างมากต่อระบบการเงินที่เปราะบางมากในขณะนี้
ศาสตราจารย์ด้านการเงินคนดังกล่าว เปิดเผยว่า ความเสี่ยงหลักๆ เหล่านี้ จะส่งผลให้จีนต้องเผยจุดอ่อนในเร็ววัน
“โครงสร้างระบบการเงินของจีนที่เปราะบางอย่างมาก เป็นผลมาจากการรายงานข้อมูลที่คลาดเคลื่อน ซึ่งจะเผยจุดอ่อนออกมาในไม่ช้า” สมิธ ระบุและกล่าวว่า แม้จะไม่ทราบเวลาที่แน่ชัด แต่จุดอ่อนดังกล่าวจะส่งผลให้ทั่วโลกหมดความเชื่อมั่นในระบบการเงินของจีน







