posttoday
‘หยวน’ดิ่ง จีนผวาทุนหนี การผลิตหดต่อเนื่อง

‘หยวน’ดิ่ง จีนผวาทุนหนี การผลิตหดต่อเนื่อง

02 มีนาคม 2558

ภาคการเงินของจีนกำลังเผชิญหน้ากับความเสี่ยงอย่างหนักจากการอ่อนค่าของค่าเงินหยวนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับค่าเงินเหรียญสหรัฐ

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

ภาคการเงินของจีนกำลังเผชิญหน้ากับความเสี่ยงอย่างหนักจากการอ่อนค่าของค่าเงินหยวนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับค่าเงินเหรียญสหรัฐ ซึ่งสวนทางกับในอดีตที่ผ่านมาที่รัฐบาลจีนเข้าแทรกแซงควบคุมไม่ให้ค่าเงินหยวนแข็งค่ามากเกินไป แต่ทว่าในขณะนี้ การอ่อนค่าที่มากเกินไปของเงินหยวนกลับสร้างความเสี่ยงมากมายให้กับภาคการเงินจีนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะการไหลออกของทุน

ซีเอ็นเอ็น มันนี่ ได้รายงานอ้างผู้เชี่ยวชาญที่ต่างเห็นว่า การอ่อนค่าที่มากเกินไปของเงินหยวนนั้น อาจจะส่งผลกระทบทำให้เงินทุนไหลออกจากจีนมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังตลาดอสังหาริมทรัพย์และตลาดพันธบัตรของจีน และยังจะสร้างความยากลำบากให้กับภาคธุรกิจจีนที่ต้องชำระหนี้เป็นเงินสกุลเหรียญสหรัฐมากขึ้นด้วย

ทั้งนี้ เงินหยวนได้อ่อนค่าลงไปมากกว่า 1% ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา และตลอดปีที่แล้วค่าเงินหยวนได้อ่อนค่าลงไปมากกว่า 2.5% ทีเดียว ยิ่งทำให้นักลงทุนเริ่มสูญเสียศรัทธาว่าค่าเงินหยวนจะสามารถกลับมาทำรีบาวด์ได้อีกครั้ง

ความวิตกดังกล่าวได้ทำให้นักลงทุนถอนออกจากตลาดจีนอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับแนวโน้มเศรษฐกิจจีนที่อยู่ในช่วงขาลงอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ซึ่งยิ่งทำให้แนวโน้มของเงินหยวนอ่อนตัวลงไปอีก

ทิฟฟานี ฉิว นักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารอาร์บีเอส ให้ความเห็นว่า การอ่อนค่าของเงินหยวนนี้ จะทำให้กระแสทุนไหลออกจากจีนมากยิ่งขึ้น และกำลังทำให้เกิดความเปราะบางอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจ อันถือว่าเป็นความเสี่ยงที่จีนกำลังเผชิญหน้าอย่างหนักในช่วงที่รัฐบาลจีนต้องการที่จะปฏิรูประบบการเงินอย่างจริงจังให้ก้าวตามทันเศรษฐกิจและภาคการเงินของโลก

ในขณะนี้ ภาครัฐจีนได้ให้บทบาทกับกลไกตลาดในการกำหนดค่าเงินมากขึ้น ซึ่งทำให้จีนควบคุมค่าเงินได้ยากยิ่งขึ้น อันเป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาลจีนเองที่ต้องการส่งเสริมให้ค่าเงินหยวนเป็นเงินสกุลหลักสกุลหนึ่งของโลก ซึ่งแน่นอนว่ารัฐบาลจีนจำเป็นที่จะต้องยอมรับและทำความคุ้นเคยกับค่าเงินที่ไม่เสถียรเช่นนี้

ในอดีตที่่ผ่านมา จีนได้ควบคุมค่าเงินอย่างเข้มงวดเพื่อรักษาความได้เปรียบให้กับสินค้าจีนในตลาดโลก ซึ่งช่วยทำให้ภาคการผลิตและการส่งออกของจีนนั้นเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่กระนั้นการควบคุมค่าเงินของจีนดังกล่าวก็ก่อให้เกิดความไม่พอใจอย่างรุนแรงจากสหรัฐ ที่กล่าวหามาตลอดว่าจีนแทรกแซงค่าเงินจนทำให้ค่าเงินหยวนอ่อนค่าลง

ทว่า หลังจากนั้นภายใต้แผนการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจของจีน ภาครัฐจีนก็เริ่มที่จะผ่อนคลายการควบคุมเงินหยวนลงอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อเดือน มี.ค.ปีที่แล้วนั้น ธนาคารกลางจีน (พีบีโอซี) ได้ปรับขยายแบนการแลกเปลี่ยนเงินหยวนถึง 2 ครั้ง ซึ่งผลทำให้ค่าเงินหยวนกลับอ่อนค่าลงอย่างหนัก เนื่องจากความวิตกกังวลต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนที่มีมากขึ้น

ดอนนดา กว๊วก นักเศรษฐศาสตร์จากธนาคารยูบีเอส ให้ความเห็นว่า ความวิตกกังวลเหล่านี้ รวมไปถึงราคาอสังหาริมทรัพย์ที่ตกต่ำในจีน ได้ทำให้นักลงทุนจำนวนมากเปลี่ยนสินทรัพย์ที่ถือครองในจีนไปสู่การถือครองสินทรัพย์ในต่างประเทศแทน ซึ่งเห็นได้จากในช่วงที่ผ่านมานั้น นักลงทุนชาวจีนจำนวนมากได้เข้าไปถือครองสินทรัพย์ในต่างประเทศเป็นปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เช่น การเข้าไปลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์ในกรุงลอนดอนของอังกฤษ ที่จะเห็นนักลงทุนชาวจีนมากยิ่งขึ้น

กว๊วก คาดการณ์ว่า เงินหยวนในปีนี้จะอยู่ในทิศทางอ่อนค่าต่อไป แต่ไม่น่าจะเป็นการดิ่งลงที่รุนแรงเกินไป และถ้าหากสถานการณ์ยังดำเนินต่อไปเช่นนี้ ก็อาจจะทำให้ธนาคารกลางจีนต้องออกมาตรการเพื่อกระตุ้นสภาพคล่องในระบบอีกครั้งหนึ่ง โดยเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมานี้ ธนาคารกลางจีนเพิ่งจะประกาศลดอัตราดอกเบี้ยลงเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 3 เดือน

วันเดียวกัน ทางการจีนได้ประกาศตัวเลขดัชนีภาคการผลิตพีเอ็มไอประจำเดือน ก.พ. ปรากฏว่าตัวเลขอยู่ที่ 49.9 จุด ดีกว่าเมื่อเดือน ม.ค.เล็กน้อย ซึ่งอยู่ที่ 49.8 จุด แต่กระนั้นก็ยังถือว่าการผลิตของจีนยังอยู่ในช่วงการหดตัว เนื่องจากยังอยู่ต่ำกว่าระดับ 50 จุด

ตัวเลขดัชนีภาคการผลิตดังกล่าวถือว่าเป็นข่าวที่ไม่ดีนักสำหรับจีน เนื่องจากตัวเลขเงินเฟ้อ และตัวเลขข้อมูลการค้าของจีนเมื่อเดือนที่แล้วก็ค่อนข้างย่ำแย่ โดยการนำเข้าของจีนนั้นปรับลดลงมากถึง 20% โดยนักวิเคราะห์ต่างคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจีนในปีนี้จะเติบโตได้ที่ราว 7% เท่านั้น หลังจากที่เมื่อปีที่แล้วเศรษฐกิจจีนเติบโตได้อยู่ที่ 7.4%

ข่าวล่าสุด

ไทยสร้างประวัติศาสตร์เจ้าภาพ IMF-World Bank 2026 เปิด 5 ข้อคิด เชื่อมโยงโลก

ไทยสร้างประวัติศาสตร์เจ้าภาพ IMF-World Bank 2026 เปิด 5 ข้อคิด เชื่อมโยงโลก