
ผวารายงาน ‘เฟด’ ส่งสัญญาณร่วงวงศึกค่าเงิน
สหรัฐส่อแววร่วมวงสงครามค่าเงิน ด้านจีนเตรียมหั่นดอกเบี้ยกระตุ้นเศรษฐกิจซบเซา
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
สหรัฐส่อแววร่วมวงสงครามค่าเงิน ด้านจีนเตรียมหั่นดอกเบี้ยกระตุ้นเศรษฐกิจซบเซา
บลูมเบิร์กเปิดเผยรายงานเชิงวิเคราะห์ว่า สหรัฐกำลังจะเข้าร่วมเกมสงครามการลดค่าเงินเพื่อรักษาภาวะเศรษฐกิจที่กำลังฟื้น เพราะสกุลเงินแข็งในปัจจุบันไม่ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ
รายงานอ้างถ้อยแถลงในรายงานการประชุมของคณะกรรมการผู้กำหนดนโนบายทางการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เอฟโอเอ็มซี) เมื่อวันที่ 27-28 ม.ค. ซึ่งฉายภาพให้เห็นความกังวลว่า การแข็งค่าขึ้นของเงินเหรียญสหรัฐไม่ส่งผลดีต่อการส่งออกอันเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัว
การเปิดเผยรายงานประชุมดังกล่าว ส่งผลให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐอ่อนตัวลงไปทันทีที่ 1.1408 เหรียญสหรัฐ/ยูโร ก่อนจะปรับค่าขึ้นมาอยู่ที่ 1.1398 เหรียสหรัฐ/ยูโร ในเวลาต่อมา หลังจากที่ก่อนหน้านี้สกุลเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าขึ้นมาแล้ว 13% ในช่วงครึ่งหลังของปี 2014
ความเคลื่อนไหวนี้มีขึ้นหลังจากที่ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) และธนาคารออสเตรเลีย (อาร์บีเอ) ต่างดำเนินนโยบายทางการเงินแบบผ่อนคลายเพื่อกระตุ้นสภาพเศรษฐกิจที่กำลังซบเซา ทำให้สหรัฐเป็นชาติพัฒนาแล้วเพียงแห่งเดียวที่มีแนวโน้มจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งจะกระตุ้นให้สกุลเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่า
ภาวะเงินเหรียญสหรัฐที่แข็งค่ามากที่สุดตั้งแต่ปี 2008 สร้างข้อกังขาให้แก่นักวิเคราะห์และนักลงทุน ว่า “ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นดอกเบี้ยโดยไม่ฉุดการเติบโตทางเศรษฐกิจได้หรือไม่” เพราะจะทำให้สินค้าส่งออกของสหรัฐมีราคาสูงขึ้นจนสูญเสียศักยภาพในการแข่งขัน
ขณะเดียวกันยังส่งผลให้สัดส่วนกำไรของภาคเอกชนสหรัฐที่ออกไปตั้งธุรกิจในต่างแดนปรับตัวลดลงด้วย เนื่องจากการบริษัทซึ่งได้กำไรในรูปแบบสกุลเงินท้องถิ่นได้เงินน้อยลงเมื่อแลกเป็นสกุลเงินเหรียญสหรัฐ
วอร์เรน บัฟเฟตต์ ประธานเบิร์กไชร์แฮธาเวย์ แสดงความเห็นว่าสกุลเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่ากลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เฟดไม่อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้ เนื่องจากเกรงว่าการปรับขึ้นดอกเบี้ยจะยิ่งทำให้ค่าเงินยิ่งแข็ง
ขณะที่รอยเตอร์สรายงานว่า หลายชาติในเอเชียกำลังกังวลว่าภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอของจีนกำลังกดดันให้ธนาคารกลางจีน (พีบีโอซี) ต้องตัดสินใจกดดันให้เงินหยวนอ่อนค่า เพื่อกระตุ้นการส่งออกและการสร้างตำแหน่งงานใหม่ๆ ภายในประเทศ โดยในปัจจุบันเศรษฐกิจจีนชะลอตัวมากที่ 7.4% ซึ่งถือว่าต่ำที่สุดในรอบ 24 ปี ขณะที่อัตราเงินเฟ้อก็ปรับตัวลงมาต่ำสุดในรอบ 5 ปี
อย่างไรก็ตาม จีนยังคงมีเหตุผลที่จะรักษาเสถียรภาพของค่าเงินหยวนไว้ เนื่องจากการกดดันค่าเงินจะทำให้เกิดภาวะเงินทุนไหลออก กดดันให้ราคาอสังหาริมทรัพย์ดิ่งลงและยิ่งสร้างหนี้เสีย รวมถึงความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ในภาคธนาคารเงาขนาดใหญ่ของจีน
“ปัจจุบันค่าเงินหยวนก็อ่อนตัวอยู่แล้ว แต่ถึงกระนั้นการคงดอกเบี้ยไว้จะสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจจีน เนื่องจากเศรษฐกิจจีนอยู่เติบโตอยู่บนพื้นฐานของสินเชื่อในการขับเคลื่อนการบริโภค” เฟเดอริค นิวแมน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ธนาคารเอชเอสบีซีที่ฮ่องกง กล่าว
ด้าน เคราดิโอ ปิรอน นักยุทธศาสตร์ของธนาคารแห่งอเมริกา เมอร์ริล ลินช์ แสดงความเห็นว่า หากค่าเงินหยวนอ่อนค่าลงอีก สกุลเงินของฟิลิปปินส์ ไทย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย จะมีความเสี่ยงที่สะสูญเสียศักยภาพในการแข่งขันมากที่สุด เนื่องจากประเทศเหล่านี้ทั้งส่งออกสินค้าไปจีนและยังแข่งขันกับจีนในตลาดโลกอีกด้วย







