
Chugoku S
ผมตื่นแต่เช้าเพื่อขึ้นไปอาบน้ำแร่ชมวิวสะพานอีกรอบก่อนจะอำลาเมืองอิวะคุนิ เพื่อเดินทางข้ามไปยังจังหวัด Hiroshima
ผมตื่นแต่เช้าเพื่อขึ้นไปอาบน้ำแร่ชมวิวสะพานอีกรอบก่อนจะอำลาเมืองอิวะคุนิ เพื่อเดินทางข้ามไปยังจังหวัด Hiroshima ก่อนเข้าเมืองเราแวะเที่ยว Miyajima หนึ่งใน สามจุดชมวิวที่สวยที่สุดของญี่ปุ่นกันก่อน (อีก 2 แห่ง คือ Amanohashidate ทางตอนเหนือของเกียวโต และอ่าว Matsushima ใกล้ๆ เมืองเซนได) Miyajima เป็นเกาะเล็กๆ ห่างจากฝั่งไม่ไกล เรานั่งเรือเฟอร์รี่ข้ามฟากไปโดยใช้เวลาไม่นาน จากท่าเรือค่อยๆ เดินเลาะริมทะเลไปยังศาลเจ้า Itsukushima ระหว่างทางมีกวางน้อยใหญ่เดินเล่นหรือนั่งนอนทำตัวกลมกลืนไปกับวิถีชีวิตของผู้คน เพราะชาวบ้านเชื่อกันว่าบนเกาะแห่งนี้เป็นที่สถิตของเทพเจ้า และกวางป่าเหล่านี้เป็นสัตว์นำสาร เราเดินผ่านที่พักซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรียวกังและบรรดาร้านค้าจนเข้าสู่เขตศาลเจ้า เสาโทริอิสีแดงสดที่ตั้งอยู่กลางน้ำก็ปรากฏแก่สายตาทุกคน เสาโทริอิแห่งนี้น่าจะเป็นเสาที่มีชื่อเสียงและมีผู้คนอยากมาเยี่ยมเยียนมากที่สุดในญี่ปุ่น และด้านหลังของเสาโทริอิแห่งนี้ก็คือที่ตั้งของศาลเจ้า Itsukushima
ศาลเจ้าอิทสึคุชิมะมีประวัติยาวนานมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 811 แต่มาขยายใหญ่โตอย่างที่เห็นทุกวันนี้ในปี ค.ศ. 1168 โดย Taira no Kiyomori เจ้าตระกูลเฮเคะผู้ทรงอิทธิพลปลายยุคเฮย์อัน ตัวศาลเจ้าแบ่งออกเป็นศาลชั้นในและศาลชั้นนอก มีอาคารต่างๆ รวมกันถึง 50 กว่าอาคาร ศาลเจ้าแห่งนี้มีลักษณะพิเศษคือตั้งอยู่กลางน้ำ และเพราะมีโอกาสที่ระดับน้ำทะเลจะท่วมสูง จึงออกแบบพื้นทางเดินโดยใช้แผ่นไม้กระดานมาปูโดยไม่ต้องยึดให้สนิทและไม่ใช้ตะปู เวลาน้ำท่วมแผ่นไม้ก็จะหลุดลอยไปโดยที่ระดับน้ำจะไม่ไปสร้างความเสียหายให้กับโครงสร้างส่วนอื่น ในศาลเจ้านี้ยังมีศาลเจ้าย่อยแทรกอยู่ทั้งปีกตะวันตกและตะวันออก แต่ที่มีชื่อเสียงและมีนักท่องเที่ยวนิยมไปถ่ายภาพกันมากที่สุดคือเวทีหรือเฉลียงที่ยื่นไปในทะเลด้านหน้าศาลเจ้า Marodo ที่สถิตของเทพอีก 5 องค์ บริเวณนี้เป็นตำแหน่งเดียวที่สามารถมองเห็นด้านตรงหน้าของเสาโทริอิกลางน้ำได้ชัดที่สุด จึงมีนักท่องเที่ยวมายืนต่อคิวถ่ายภาพอยู่ตลอดเวลา สำหรับตัวเสาโทริอิเองก็สามารถลงไปถ่ายรูปแบบใกล้ชิดได้ในช่วงที่น้ำลง
ออกจากศาลเจ้า Itsukushima แล้ว ถ้าเป็นทัวร์ปกติก็คงปล่อยให้ช็อปปิ้งกันเลย แต่อันที่จริงบนเกาะแห่งนี้ยังมีสถานที่น่าสนใจอีกหลายแห่งให้เที่ยวชมกัน เช่น พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ สวนเมเปิ้ล (Momijidani Park) นั่งกระเช้าขึ้นไปชมวิวบนยอดเขา Misen เจดีย์ 5 ชั้น (Gojunoto) และศาลเจ้า Toyokuni ที่ผมแอบชื่นชอบเป็นการส่วนตัว เพราะเป็นศาลเจ้าที่สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับ Toyotomi Hideyoshi หนึ่งในสามสุดยอดขุนศึกยุค Sengoku ขุนศึกท่านนี้ก่อร่างสร้างตัวมาจากลูกชาวนาซึ่งแทบจะไม่มีโอกาสเป็นซามูไรได้เลย แต่ด้วยไหวพริบอันชาญฉลาดก็สามารถทะลุข้อจำกัดด้านสถานะจนขึ้นมาอยู่ระดับสูงสุดของญี่ปุ่นได้ ศาลเจ้าแห่งนี้ทั้งโปร่งโล่งและกว้างใหญ่ จึงมีอีกชื่อหนึ่งว่า Senjyokaku หรือวิหารพันเสื่อ จริงๆ แล้วมีไม่ถึงพันหรอกครับ แต่คนสมัยก่อนอะไรที่เยอะมากจนนับกันไม่หวาดไม่ไหวก็มักใช้หน่วยพันไปเรียกแทนจำนวนนับ
นอกจากที่เที่ยวแล้ว ของกินและของฝากของเกาะแห่งนี้ก็มีที่น่าสนใจไม่น้อย สัปดาห์หน้าค่อยมาแนะนำกันต่อครับ







