
บรรลุข้อตกลงหยุดยิงยูเครน ปลดอาวุธแนวปะทะ
ประชุมผู้นำ 4 ฝ่ายบรรลุข้อตกลงหยุดยิงเรียบร้อย หวังสกัดวิกฤตยูเครน
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
ประชุมผู้นำ 4 ฝ่ายบรรลุข้อตกลงหยุดยิงเรียบร้อย หวังสกัดวิกฤตยูเครน
สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า ผู้นำของรัสเซีย ยูเครน เยอรมนี และฝรั่งเศส สามารถบรรลุข้อตกลงหยุดยิง เพื่อยับยั้งความขัดแย้งที่ดุเดือดทางภาคตะวันออกของยูเครนได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ภายหลังจากการพูดคุยที่ยืดเยื้อตลอดคืนวันที่ 11 ก.พ. ที่กรุงมินสก์ ของเบลารุส
ประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ผู้นำทั้งสี่ฝ่ายได้ตกลงที่จะถอนอาวุธหนักจากแนวที่มีการปะทะกัน และการหยุดยิงจะเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 15 ก.พ.นี้
“เราได้จัดการให้เกิดการตกลงในประเด็นสำคัญ โดยเราได้ตกลงที่จะหยุดยิง” ผู้นำแดนหมีขาว ระบุ
พร้อมกันนี้แล้ว ผู้นำรัสเซียและประธานาธิบดี ปีโตร โปโรเชนโก แห่งยูเครน ได้กล่าวว่า ทางการกรุงเคียฟและกลุ่มแบ่งแยกดินแดนที่สนับสนุนรัสเซีบได้ลงนามร่วมในแผนการบังคับใช้ข้อตกลงดังกล่าว ที่มีเป้าหมายเพื่อยุติความรุนแรงที่มีมาตลอด 10 เดือนที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม ปูตินได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการปฏิรูปรัฐธรรมนูญ และการให้ “สถานะพิเศษ” กับพื้นที่ที่ทางกลุ่มแบ่งแยกดินแดนยึดอยู่ทางภาคตะวันออก พร้อมระบุว่า การเจรจานั้นยืดเยื้อก็เนื่องจากว่ารัฐบาลกรุงเคียฟไม่เต็มใจที่จะเจรจากับกลุ่มแบ่งแยกดินแดนที่สนับสนุนรัสเซียโดยตรง
ด้านนายกรัฐมนตรี อังเกลา แมร์เกิล แห่งเยอรมนี ระบุว่า ข้อตกลงที่เกิดขึ้นนี้ได้สร้างความหวังให้อย่างมาก และเป็นการเปิดโอกาสในการผ่อนคลายความขัดแย้ง กระนั้นยังคงต้องมีความพยายามอีกมากในการเจรจาประเด็นเรื่องยูเครนในอนาคต
อย่างไรก็ดี ความล้มเหลวของข้อตกลงหยุดยิงก่อนหน้านี้ได้จุดชนวนความกังวลว่า การหยุดยิงครั้งนี้จะสำเร็จหรือไม่ โดย จอร์จ ฟอร์บริก ผู้อำนวยการโครงการอาวุโสของกองทุนมาร์แชลเยอรมัน สถาบันคลังสมองด้านนโยบายสาธารณะ ระบุว่า แม้ว่าจะมีข้อตกลงดังกล่าว ทว่าความขัดแย้งจะยังคงมีต่อไป โดยในขณะนี้ภาคตะวันออกของยูเครนได้สูญเสียการควบคุมจากรัฐบาลกลางไปแล้ว
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นในวันเดียวกันกับที่ คริสติน ลาการ์ด ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เปิดเผยว่า ทางไอเอ็มเอฟได้บรรลุข้อตกลงกับรัฐบาลยูเครนในการให้เงินช่วยเหลือ 1.75 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 5.6 แสนล้านบาท) โดยเงินช่วยเหลือดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของเงินช่วยเหลือจากนานาชาติจำนวน 4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ในระยะเวลา 4 ปี
ทั้งนี้ เพื่อแลกกับเงินช่วยเหลือดังกล่าวของไอเอ็มเอฟ ทางยูเครนต้องเดินหน้าปฏิรูปหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นตัดลดการใช้จ่าย ปรับโครงสร้างธนาคาร และมีมาตรการในการต่อสู้กับการคอร์รัปชั่น เพื่อเป็นการสร้างเสถียรภาพทางการเงินของยูเครนที่ตกอยู่ในภาวะวิกฤตมานาน
“โครงการใหม่นี้นับเป็นโอกาสสำคัญสำหรับยูเครนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปข้างหน้า ในภาวะที่สำคัญของประวัติศาสตร์ประเทศ” ลาการ์ด กล่าว
ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรี อาร์เซนีย์ ยัตเซนยุค แห่งยูเครน ระบุว่า เศรษฐกิจของยูเครนอาจจะกลับมาขยายตัวได้อีกครั้งในปี 2016 ถ้าหากว่าพฤติกรรมที่ก้าวร้าวของรัสเซียถูกหยุดยั้ง และการปฏิรูปในประเทศประสบความสำเร็จ







