
เงินเฟ้อจีนดิ่งเหว ตอกย้ำส่อ ‘ฮาร์ดแลนดิ้ง’
อัตราเงินเฟ้อจีนต่ำสุดในรอบ 5 ปี กดดันรัฐบาลปักกิ่งออกมาตรการกระตุ้น ต่อสู้ความเสี่ยงภาวะเงินฝืดในประเทศเศรษฐกิจรายใหญ่อันดับ 2 ของโลก
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
อัตราเงินเฟ้อจีนต่ำสุดในรอบ 5 ปี กดดันรัฐบาลปักกิ่งออกมาตรการกระตุ้น ต่อสู้ความเสี่ยงภาวะเงินฝืดในประเทศเศรษฐกิจรายใหญ่อันดับ 2 ของโลก
สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน เปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (ซีพีไอ) ซึ่งเป็นดัชนีหลักในการชี้วัดอัตราเงินเฟ้อ ปรากฏว่าปรับตัวสูงขึ้น 0.8% ในเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา นับว่าลดลงมาจากอัตราเงินเฟ้อเมื่อเดือน ธ.ค. ที่ 1.5% ซึ่งถือว่าต่ำอยู่แล้ว อีกทั้งยังถือเป็นเงินเฟ้อที่ดิ่งลงอย่างรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ช่วงวิกฤตการเงินโลกเดือน พ.ย. 2009 อีกด้วย
นักเศรษฐศาสตร์หลายสำนัก ระบุตรงกันว่า อัตราเงินเฟ้อที่ต่ำเป็นผลกระทบมาจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์โดยเฉพาะน้ำมัน ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจปรับตัวลดลงทั่วโลก ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตต่ำลง เช่นเดียวกับตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ซบเซาในจีนทำให้ความต้องการเหล็กกล้า ปูน และสินค้าอื่นๆ ปรับตัวลดลงเช่นกัน
นอกจากนี้ ปัจจัยยังมาจากเทศกาลตรุษจีนที่มาช้ากว่าปกติ ทำให้ช่วงสินค้าแพงก่อนช่วงเทศกาลตรุษจีนที่เกิดขึ้นทุกปี ในปี 2015 เลื่อนมาอยู่ในช่วงเดือน ก.พ. แทนที่จะเป็นเดือน ม.ค.เช่นปีที่แล้ว ในทำนองเดียวกันสภาพอากาศที่อุ่นกว่าทุกปี ยังทำให้วัตถุดิบในการทำอาหารมีปริมาณเพิ่มขึ้นกว่าทุกปีจนทำให้ราคาต่ำลง
รายงานระบุว่า อัตราเงินเฟ้อต่ำอาจนับเป็นดาบสองคมสำหรับเศรษฐกิจจีน โดยอาจจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ หากผู้บริโภคและภาคเอกชนได้รับแรงดึงดูดจากราคาสินค้าที่ลดลงทำให้มีการใช้จ่ายและการลงทุนมากขึ้น ทว่าในทางตรงกันข้าม ทิศทางราคาสินค้าขาลงอาจกระตุ้นให้ผู้บริโภคและภาคเอกชนชะลอการใช้จ่าย เพราะเชื่อว่าราคาสินค้าจะลดลงอีกในอนาคต ซึ่งนับเป็นการขัดขวางการเติบโตทางเศรษฐกิจ
ขณะเดียวกัน อัตราเงินเฟ้อที่อ่อนแอในจีนยังเกิดขึ้นช่วงเดียวกับความต้องการบริโภคสินค้าตกต่ำทั่วเอเชีย รวมถึงในยุโรปและญี่ปุ่น และการลดลงของราคาน้ำมัน ซึ่งจะยิ่งกลายเป็นแรงกดดันให้เกิดภาวะเงินเฟ้อติดลบในจีน
ทั้งนี้ เงินเฟ้อต่ำนับเป็นการตอกย้ำให้เห็นว่า จีนกำลังเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ถึงแม้ธนาคารกลางจีน (พีบีโอซี) จะดำเนินการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งการปรับลดอัตราดอกเบี้ยและการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ภาคการเงินแล้วก็ตาม ทว่าเศรษฐกิจจีนเมื่อปี 2014 ที่ผ่านมา กลับขยายตัวอยู่ที่ 7.4% ซึ่งถือว่าเป็นการขยายตัวที่ต่ำที่สุดในรอบ 24 ปี สอดรับกับตัวเลขการนำเข้าและส่งออกเมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ที่ปรับตัวลดลงสวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ เช่นเดียวกับสัดส่วนผลผลิตอุตสาหกรรมร่วงอย่างรุนแรงที่สุดในรอบ 28 เดือน
ตลาดหุ้นจีนปรับตัวสูงขึ้นขานรับความเคลื่อนไหวของเศรษฐกิจ โดยนักลงทุนคาดการณ์ว่า ภาวะเงินเฟ้อต่ำจะกดดันให้รัฐบาลจีนต้องออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่ม ส่งผลดัชนีเซี่ยงไฮ้ คอมโพสิต ปรับตัวสูงขึ้น 1.5% ไปปิดตลาดที่ 3,141.59 จุด เมื่อวันที่ 10 ม.ค.และดัชนีวิสาหกิจจีนฮั่งเส็งในตลาดฮ่องกงปรับตัวสูงขึ้น 0.4%
ทางด้าน หม่าเสี่ยวปิง นักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารเอชเอสบีซี คาดว่า จากความเคลื่อนไหวของอัตราเงินเฟ้อน่าจะทำให้พีบีโอซีจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 2 ครั้ง และปรับลดอัตราเงินทุนสำรองของธนาคารพาณิชย์ (อาร์อาร์อาร์) อีก 2 ครั้งภายในปีนี้
อย่างไรก็ตาม อัตราเงินเฟ้อที่ต่ำอาจยังทำให้ภาคธุรกิจเผชิญความยากลำบากในการชำระหนี้มากขึ้น เนื่องจากสัดส่วนกำไรที่ลดลงตามราคาสินค้า โดยฟิทช์ เรทติ้งส์ บริษัทจัดอันดับเครดิตคาดการณ์ว่า สัดส่วนหนี้ซึ่งส่วนใหญ่เป็นของภาคเอกชนในปัจจุบันอยู่ที่ 242% ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ในปี 2014 ซึ่งสูงกว่าปีก่อนหน้าที่ 217%







