
เซลฟี่กลางเวหา นักบินพาเครื่องดิ่งดับ
สหรัฐเผยผลสอบสวนเหตุเครื่องบินขนาดเล็กตกในโคโลราโดเป็นเพราะมีการถ่ายเซลฟี่จนแสงแฟลชเข้าตาจนสูญการควบคุม
สหรัฐเผยผลสอบสวนเหตุเครื่องบินขนาดเล็กตกในโคโลราโดเป็นเพราะมีการถ่ายเซลฟี่จนแสงแฟลชเข้าตาจนสูญการควบคุม
แม้ว่าจะไม่ใช่ทุกคนที่จะมีโอกาสได้ขับเครื่องบิน แต่กรณีที่เกิดขึ้นนี้นับเป็นอุทาหรณ์สอนใจได้เป็นอย่างดีว่า ต่อให้อยู่ในยานพาหนะที่น่าจะปลอดภัย แต่หากยังประมาทเลินเล่อหรือล้อเล่นกับความตายโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ก็อาจพบจุดจบที่น่าเศร้าได้
เมื่อเดือน พ.ค.ปีที่แล้ว เกิดอุบัติเหตุเครื่องบินตกที่ท้องทุ่งแห่งหนึ่งใกล้กับเมืองแวตคินส์ รัฐโคโลราโด ประเทศสหรัฐ เบื้องต้น พบผู้เสียชีวิต 2 คน ทราบชื่อในภายหลังว่า อมฤตปาล สิงห์ วัย 29 ปี และ ชาตินทร์ สิงห์ วัย 31 ปี โดยคนแรกเป็นนักบิน ส่วนคนหลังเป็นผู้โดยสาร และไม่ทราบทั้งคู่มีความเกี่ยวพันกันในทางสายเลือดหรือไม่
ทั้งคู่เดินทางมาพร้อมกันด้วยเครื่องบินขนาดเล็ก รุ่นเซสนา 150 โดยทะยานขึ้นจากสนามบินฟรอนต์ เรนจ์ ราว 30 ไมล์จากเมืองเดนเวอร์ในรัฐโคโลราโด และบินเลียบพื้นที่แถบนั้นในระยะสั้นๆ แต่จู่ๆ เครื่องเกิดอุบัติเหตุอย่างไม่คาดฝัน และตกลงกระแทกพื้นอย่างรุนแรง
อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 4 ก.พ. ได้มีการเปิดเผยผลการสอบสวนสาเหตุการตกของเครื่องบินลำดังกล่าว โดยคณะกรรมการความปลอดภัยด้านการขนส่งแห่งชาติ (NTSB) ของสหรัฐ พบว่า รูปแบบการตกกระแทกไม่พบความผิดปกติที่เกิดก่อนอุบัติเหตุ หมายความว่า เครื่องทิ้งตัวสู่พื้นด้วยตัวเอง และมีโอกาสสูงที่นักบินจะหลงระดับความสูง หรือสูญเสียการควบคุมกะทันหัน
เมื่อตรวจสอบอย่างละเอียดจึงพบข้อเท็จจริงที่น่าตกใจ เพราะนักบินประจำเครื่องได้ใช้สมาร์ทโฟนถ่ายเซลฟี่ขณะกำลังเหินฟ้าจนเสียสมาธิ กระทั่งเครื่องสูญเสียการทรงตัว กอปรกับสิงห์นำเครื่องบินในระดับเพดานบินที่ต่ำเกินไป ทำให้เกิดโศกนาฏกรรมในที่สุด
เจ้าหน้าที่สืบสวนเผยว่า ที่กระจกหน้าของเครื่องบินมีการติดตั้งกล้องโกโปร (GoPro) เอาไว้ ซึ่งเป็นกล้องที่นิยมใช้บันทึกกิจกรรมกีฬากลางแจ้ง รวมถึงกิจกรรมแนวเอ็กซ์ตรีม จากการตรวจสอบพบว่า ก่อนหน้านี้มีการบันทึกเหตุการณ์นำเครื่องขึ้นบินหลายครั้ง แต่ละครั้งนักบินได้ถ่ายภาพเซลฟี่กับผู้โดยสาร และยังตรวจดูข้อความทางสมาร์ทโฟนของตัวเองอีกด้วย
ในคืนที่มีการบินเที่ยวสุดท้าย สิงห์ได้นำนกเหล็กเหินฟ้าท่ามกลางความมืด โดยไม่ได้เตรียมการอย่างเหมาะสมสำหรับการบินพร้อมผู้โดยสารในสภาวะเช่นนั้น ระหว่างที่กำลังบินอยู่นั้น ได้มีการถ่ายเซลฟี่กันเหมือนที่เคยทำมา แต่แล้วแสงแฟลชได้ส่องเข้าตานักบิน จนทำให้สูญเสียการมองเห็น หรือสูญเสียการควบคุมเครื่องอย่างกะทันหัน







