
แบงก์ชาติสวิสป่วนตลาดโลก
สำหรับความเคลื่อนไหวในต่างประเทศช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ต้องยกให้กับการเคลื่อนไหวของธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์ (เอสเอ็นบี) ที่ได้ประกาศยกเลิกการตรึงอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินฟรังก์กับเงินยูโร ซึ่งกำหนดไว้ที่ 1.20 ฟรังก์/ยูโร อย่างกะทันหัน ในวันที่ 15 ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งได้ส่งผลให้ค่าเงินฟรังก์แข็งค่าขึ้นทันที โดยได้แข็งค่ามากที่สุดถึง 41% เมื่อเทียบกับสกุลเงินยูโร
สำหรับความเคลื่อนไหวในต่างประเทศช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ต้องยกให้กับการเคลื่อนไหวของธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์ (เอสเอ็นบี) ที่ได้ประกาศยกเลิกการตรึงอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินฟรังก์กับเงินยูโร ซึ่งกำหนดไว้ที่ 1.20 ฟรังก์/ยูโร อย่างกะทันหัน ในวันที่ 15 ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งได้ส่งผลให้ค่าเงินฟรังก์แข็งค่าขึ้นทันที โดยได้แข็งค่ามากที่สุดถึง 41% เมื่อเทียบกับสกุลเงินยูโร
ความเคลื่อนไหวนี้มีขึ้นก่อนหน้าที่ทางตลาดและนักลงทุนคาดการณ์ว่า ทางธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) มีแนวโน้มที่จะออกมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) ในการประชุมวันที่ 22 ม.ค.นี้ ซึ่งหากมีการออกมาตรการดังกล่าวจริงจะส่งผลให้ค่าเงินฟรังก์อยู่ภายใต้แรงกดดันอย่างรุนแรง
ไม่เพียงเท่านั้น บรรดานักลงทุนต่างๆ ยังพากันตื่นตระหนกอย่างหนัก จนส่งผลให้นักลงทุนรีบวิ่งเข้าหาสินทรัพย์ปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นตลาดพันธบัตร ทองคำ เงินเหรียญสหรัฐ และค่าเงินเยน โดยราคาพันธบัตรของรัฐบาลสหรัฐอายุ 30 ปี มีราคาเพิ่มสูงขึ้นจนอัตราผลตอบแทนต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ส่วนพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปีนั้น อัตราผลตอบแทนลดลงมาปิดที่ 1.775% ต่ำที่สุดในรอบ 2 ปี ในขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นทั่วโลกในวันที่ 15 ม.ค. กลับปรับตัวลดลง
เวิลด์แบงก์หั่นคาดการณ์ศก.โลก
ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ได้ปรับลดการคาดการณ์การเติบโต (จีดีพี) ของปี 2015 เหลือ 3.0% จากที่คาดการณ์ในเดือน มิ.ย.ปีที่แล้ว ที่อยู่ที่ 3.4% ก่อนที่เศรษฐกิจโลกจะขยายตัวได้อีก 3.2% ในปี 2016
การปรับลดการคาดการณ์ครั้งนี้เป็นผลมาจาก 4 ปัจจัยเสี่ยง ซึ่งประกอบด้วย หนึ่ง การค้าโลกที่อ่อนแอ สอง ความผันผวนในตลาดการเงินจากการปรับเปลี่ยนนโยบายอัตราดอกเบี้ยของชาติมหาอำนาจ สาม การปรับลดของราคาน้ำมันที่ส่งผลต่อดุลบัญชีของประเทศผู้ผลิตน้ำมัน และสี่ ความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจชะงักงัน หรือภาวะเงินฝืดที่ยืดเยื้อของยุโรปและญี่ปุ่น
อย่างไรก็ตาม เวิลด์แบงก์คงการคาดการณ์การเติบโตในปี 2015 ของไทยไว้ที่ 3.5% เท่าเดิม จากเมื่อครั้งการคาดการณ์เมื่อเดือน มิ.ย.ปีที่แล้ว พร้อมระบุว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้มีแนวโน้มขยายตัวดีขึ้น เหตุจากการเมืองไทยกลับมามีเสถียรภาพ ช่วยฟื้นความเชื่อมั่นนักลงทุน และเพิ่มการใช้จ่ายของผู้บริโภคภายในประเทศ
‘ภูมิรัฐศาสตร์’ ภัยคุกคามโลกแห่งทศวรรษ
เวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรั่ม (ดับเบิ้ลยูอีเอฟ) เปิดเผยรายงาน “28 ความเสี่ยงโลกในอีก 10 ปีข้างหน้า” ซึ่งทำการสำรวจผู้เชี่ยวชาญกว่า 900 คน ทั้งจากนักธุรกิจ รัฐบาล และองค์กรอิสระ ระบุว่า “ปัญหาความขัดแย้งระหว่างประเทศ” กลายมาเป็นภัยคุกคามที่อันตรายที่สุดต่อโลกและภาคธุรกิจ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ความขัดแย้งที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับปัญหาด้านเศรษฐกิจได้กลายมาเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักในรายงานของดับเบิ้ลยูอีเอฟ หลังจากที่ในรายงานทั้ง 9 ฉบับก่อนหน้านี้ ล้วนแต่ให้น้ำหนักกับปัจจัยด้านเศรษฐกิจทั้งสิ้น
ในรายงานระบุว่า ปัญหาด้านภูมิรัฐศาสตร์หลักๆ ที่คุกคามโลกอยู่ในขณะนี้ ครอบคลุมตั้งแต่วิกฤตยูเครน ตลอดไปจนถึงปัญหาของกลุ่มติดอาวุธไอเอสที่เคลื่ีอนไหวอยู่ในอิรักและซีเรีย รวมไปถึงปัญหาด้านภูมิรัฐศาสตร์อื่นๆ ที่ไม่ใช่การปะทะกันระหว่างรัฐ เช่น สงครามในโลกไซเบอร์ข้ามพรมแดน หรือแม้กระทั่งการที่ประเทศต่างๆ ตอบโต้กันด้วยการใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ
บินอินโดนีเซียแอร์เอเชียกู้กล่องดำแล้ว
ทีมนักประดาน้ำของอินโดนีเซียสามารถกู้กล่องดำของเครื่องบินสายการบินอินโดนีเซีย แอร์เอเชีย เที่ยวบินคิวแซด 8501 ได้แล้วทั้งหมด ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวจะเป็นกุญแจที่นำไปสู่สาเหตุการตกของเครื่องบินได้ ขณะเดียวกัน ทางทีมค้นหาได้เจอส่วนลำตัวของเครื่องบินแล้ว และล่าสุดสามารถกู้ร่างผู้เสียชีวิตได้ทั้งหมด 51 คน จากทั้งหมด 162 คน
ทั่วโลกเดินขบวนต้านก่อการร้าย
มีการเดินขบวนตามเมืองใหญ่ๆ ทั่วโลก โดยจุดที่ใหญ่ที่สุดคือกรุงปารีสของฝรั่งเศส ซึ่งมีชาวฝรั่งเศสรวมตัวกันถึง 3.7 ล้านคน เพื่อระลึกถึงการก่อการร้ายที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ในช่วง 50 ปี หลังจากเกิดเหตุกราดยิงในกรุงปารีสจนมีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 17 คน เมื่อวันที่ี 7 ม.ค.ที่ผ่านมา
ขณะที่ีกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี มีผู้ออกมาชุมนุม 1.8 หมื่นคนหน้าสถานทูตฝรั่งเศส ขณะที่ในกรุงลอนดอนมีผู้คนออกมาชุมนุมราว 1,000 คน ส่วนกรุงวอชิงตันในสหรัฐมีผู้ออกมาชุมนุมราว 3,000 คน เพื่อร่วมขบวนการเดินอย่างสงบนิ่งเพื่อนึกถึงผู้เสียชีวิต







