
แฉ "แอร์เอเชีย" ขึ้นบิน ไร้ข้อมูลสภาพอากาศ
สื่ออินโดนีเซียเผย คิวแซด 8501 ขึ้นบินก่อนได้รับเอกสารข้อมูลสภาพอากาศ
สื่ออินโดนีเซียเผย คิวแซด 8501 ขึ้นบินก่อนได้รับเอกสารข้อมูลสภาพอากาศ
จาการ์ตาโพสต์ สื่ออินโดนีเซียรายงานอ้างเอกสารที่รั่วไหลออกมาของสำนักงานอุตุนิยมวิทยาอินโดนีเซีย (บีเอ็มเคจี) ซึ่งส่งให้ทางรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมอินโดนีเซีย ว่า นักบินของเครื่องบินสายการบินแอร์เอเชีย เที่ยวบินที่คิวแซด 8501 ที่ตกเมื่อวันที่ 28 ธ.ค.ที่ผ่านมา ไม่ได้รับเอกสารข้อมูลสภาพอากาศจาก บีเอ็มเคจี โดยตามขั้นตอนมาตรฐานแล้วนักบินจำเป็นต้องมารับเอกสารดังกล่าวก่อนการขึ้นบิน 10 นาที
แอนดิ อี ซาคยา หัวหน้าของ บีเอ็มเคจี กล่าวว่า ทางแอร์เอเชียได้เข้าไปรับเอกสารดังกล่าวในเวลา 07.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งเป็นช่วงหลังจากที่เครื่องบินออกตัวไปแล้วเมื่อเวลา 05.35 น.
ในขณะเดียวกัน ดโจโก เมอร์กาทมอดโจ รักษาการผู้อำนวยการทั่วไปด้านคมนาคมทางอากาศของกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า จะกระชับให้การสรุปย่อก่อนการขึ้นบินเป็นสิ่งจำเป็นที่นักบินทุกสายการบินต้องกระทำก่อนการขึ้นบิน ซึ่งการสรุปดังกล่าวหมายรวมถึงการรายงานสภาพการณ์ปัจจุบัน รวมถึงข้อมูลความเป็นไปได้ที่จะเกิดเหตุฉุกเฉินซึ่งนักบินอาจต้องเผชิญ โดยก่อนหน้านี้พบว่าไม่มีการสรุปย่อดังกล่าวก่อนการขึ้นบินแต่อย่างใด
ด้าน สายการบินแอร์เอเชียอินโดนีเซีย แจ้งว่า เมื่อวันที่ 5 ม.ค. หน่วยค้นหาและกู้ภัยแห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ได้พบร่างผู้โดยสารเพิ่มอีก 3 คน และชิ้นส่วนเครื่องบินอีกจำนวนหนึ่ง เช่น ที่นั่งโดยสารและหน้ากากออกซิเจน ร่างของผู้โดยสารทั้ง 3 คนได้ถูกเคลื่อนย้ายไปยังเมืองสุราบายาเพื่อพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลต่อไป
ขณะที่ หน่วยงานตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์ผู้ประสบภัยพิบัติของสำนักงานตำรวจแห่งสาธารณะรัฐอินโดนีเซีย ประกาศยืนยันรายชื่อของผู้โดยสารของเที่ยวบิน QZ8501 เพิ่มอีก 4 คน หลังตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลเรียบร้อยแล้ว ได้แก่ Tony Linaksita (เพศชาย) Shiane Josal (เพศหญิง) Lim Yan Koen (เพศชาย) และ Yongki Jou (เพศชาย) ซึ่งสายการบินแอร์เอเชียอินโดนีเซียได้ส่งมอบร่างของผู้โดยสารให้กับเครอบครัวที่โรงพยาบาลบายังคารา เมืองสุราบายา แล้ว
จนถึงขณะนี้ หน่วยงาน หน่วยค้นหาและกู้ภัยแห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ยืนยันว่าพบร่างของผู้โดยสารทั้งสิ้น 37 คน และ หน่วยงานตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์ฯได้ตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลของผู้โดยสารแล้วเสร็จทั้งหมด 13 คน ส่วนอีก 24 คนยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ด้านกรมตำรวจยืนยันว่าได้ส่งผู้เชี่ยวชาญการตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์ผู้ประสบภัยพิบัติทั้งสิ้น 229 คน เพื่อมาร่วมในการทำงานครั้งนี้







