
แม่มะกันพรากลูก4ปี พบอีกทีซ่อนในกำแพง
แม่มะกันพบลูกที่สูญหายไปอย่างไร้ร่องรอยเป็นเวลา 4 ปีซ่อนอยู่ในกำแพงบ้านของพ่อแท้ๆที่นำตัวไปขังไว้
แม่มะกันพบลูกที่สูญหายไปอย่างไร้ร่องรอยเป็นเวลา 4 ปีซ่อนอยู่ในกำแพงบ้านของพ่อแท้ๆที่นำตัวไปขังไว้
เมื่อ 4 ปีก่อน แม่ชาวสหรัฐแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ว่าลูกชายวัย 9 ขวบของเธอหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย แต่หลังจากไปแจ้งแล้วก็ยังไม่มีวี่แววที่จะพบตัวลูกชาย กระทั่งเวลาผ่านไปปีแล้วปีเล่าก็ยังไร้ความหวัง
กระทั่งเมื่อเร็วๆ นี้ คุณแม่คนดังกล่าวได้รับข้อความที่ส่งมาจากโทรศัพท์มือถือ เป็นข้อความระบุที่อยู่ของลูกชายที่หายไป ซึ่งผู้ที่ส่งมาก็คือลูกของเธอนั่นเอง
ข้อความระบุว่า ขณะนี้เจ้าหนูที่มีอายุได้ 13 ปีแล้ว ตอนนี้ถูกกักขังหน่วงเหนี่ยวอยู่ในบ้านหลังหนึ่ง ในเขตเคลย์ตันเคาน์ตี้ ห่างจากนครแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย ไปทางใต้ราว 17 ไมล์
หลังจากได้เบาะแส ผู้เป็นแม่ก็ไม่รอช้า รีบขอความช่วยเหลือจากตำรวจในทันที
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ เคที่ ฮิวจ์ แห่งหน่วยตำรวจเคลย์ตันเคาน์ตี้เปิดเผยว่า เมื่อเดินทางไปถึง เจ้าบ้านปฏิเสธไม่รับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับเด็กชายที่หายตัวไป แต่ก็ยินยอมให้เข้าตรวจค้นโดยดี เมื่อตรวจสอบดูแล้วก็ไม่พบอะไร ตำรวจจึงยอมถอยออกมา
แต่ผู้เป็นแม่ไม่ยอมถอย โทรหาตำรวจอ้อนวอนให้ช่วยกลับไปอีกครั้ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ยอมทำตามโดยดี คงเพราะเห็นว่าเป็นกรณีละเอียดอ่อนเกี่ยวข้องกับชีวิตในครอบครัวหนึ่ง
การกลับไปครั้งที่ 2 เกิดเรื่องราวพลิกผันขึ้น เพราะระหว่างที่ทำการตรวจค้นอีกครั้งนั่นเอง หนูน้อยสามารถโทรศัพท์ติดต่อแม่อีกครั้ง และบอกจุดที่ถูกขังไว้
ฝ่ายแม่จึงรีบพาเจ้าหน้าที่ไปยังจุดหนึ่งในบ้าน เมื่อดูเผินๆ เป็นเพียงกำแพงเปล่าๆ ไม่มีอะไรผิดสังเกต แต่เมื่อเลิกผ้าขนหนูที่บังออกไปก็พบว่าเป็นกำแพงปลอม เผยให้เห็นช่องทางที่นำไปสู่ห้องขังเด็กชาย ซึ่งอยู่ด้านบนของโรงรถ
หลังจากนั้น แม่และลูกพบหน้ากันอีกครั้ง แล้วกอดกันด้วยน้ำตาแห่งความดีใจ
ส่วนคนร้ายที่กักขังเด็กขายคนนี้นานถึง 4 ปีก็ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นพ่อแท้ๆ ของเขาที่ชื่อ จอร์จ จีน วัย 37 ปี กับ ซาแมนธา จอย เดวิส ภรรยาใหม่วัย 42 ปี รวมถึงสมาชิกอีก 3 คนในบ้านหลังนี้ ทั้งหมดถูกตำรวจควบคุมตัวไปสอบปากคำ ในข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยวและทารุณกรรมเยาวชน
ส่วนชื่อของเด็กที่ตกเป็นเหยื่อกับแม่ของเขาไม่ได้รับการเปิดเผยแต่อย่างใด
ด้านเพื่อนบ้านของครอบครัวดังกล่าวเผยว่า รู้สึกช็อกมาก เพราะคนในครอบครัวนี้ดูเป็นมิตรและใจกว้าง ทั้งยังไม่เคยกีดกันไม่ให้ใครเข้ามาในบ้าน
นอกจากนี้ ยังมีพยานพบเห็นเด็กคนนี้ทำงานบ้านในสนามหน้าบ้าน เมื่อถามดูก็ได้รับคำตอบว่า เรียนแบบโฮมสกูลอยู่ที่บ้าน ไม่ได้ส่งไปโรงเรียน กระทั่งทราบความจริงอันน่าขนลุกในเวลาต่อมาว่าทั้งหมดเป็นเพียงเรื่องโกหกเท่านั้น







