posttoday
ยุโรปตั้งการ์ดสู้วิกฤตหนี้เดินเครื่องกองทุน 1 ล้านล้านดอลล์

ยุโรปตั้งการ์ดสู้วิกฤตหนี้เดินเครื่องกองทุน 1 ล้านล้านดอลล์

09 มิถุนายน 2553

โพสต์ทูเดย์ — ยุโรปงัดมาตรการรุกคืบ “ช็อก แอนด์ ออว์” หวังกู้วิกฤตหนี้สาธารณะ พร้อมตั้งเป้าลดงบประมาณเต็มพิกัด เตรียมลงดาบประเทศที่ไม่มีวินัยทางการเงิน ท่ามกลางกระแสคัดค้านมาตรการรัดเข็มขัดและการนัดหยุดงานทั่วยุโรป

กลุ่มประเทศที่ใช้สกุลเงินยูโร 16 ประเทศ หรือยูโรโซน เริ่มกระบวนการจัดตั้งกองทุนฉุกเฉินมูลค่า 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 32 ล้านล้านบาท) เพื่อกอบกู้วิกฤตหนี้สาธารณะที่กำลังลุกลามไปทั่วภูมิภาค โดยเป็นกองทุนที่ผันเงินมาจากสหภาพยุโรป (อียู) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ซึ่งจะสามารถปล่อยกู้ให้กับประเทศในกลุ่มยูโรโซนประเทศใดก็ตามที่มีหนี้สาธารณะในระดับสูงมาก และมีความเสี่ยงที่จะไม่สามารถชำระหนี้สินได้

นอกจากนี้ การจัดตั้งกองทุนดังกล่าวยังมีเป้าหมายเพื่อฟื้นความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อสเปน และโปรตุเกส เพื่อไม่ให้ทั้งสองประเทศต้องประสบกับชะตากรรมเดียวกับกรีซ ที่ในที่สุดจำต้องรับความช่วยเหลือจากอียู และไอเอ็มเอฟ เนื่องจากไม่มีความสามารถที่จะชำระหนี้สินมหาศาลได้

ฌอง โคลด จุงเกอร์ นายกรัฐมนตรีลักเซมเบิร์ก ซึ่งเป็นประธานในที่ประชุมรัฐมนตรีคลังกลุ่มยูโรโซนเปิดเผยว่า กองทุนฉุกเฉินจะพร้อมให้ประเทศสมาชิกยูโรโซนกู้ยืมได้ภายในเดือนนี้ หลังจากที่ทุกประเทศลงนามรับประกันหนี้สินในสัดส่วน 90% ของกองทุนฉุกเฉินเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

กองทุนนี้จะเปิดให้ประเทศต่างๆ ที่ตกอยู่ในสถานการณ์เร่งด่วนสามารถขอกู้เป็นเงินสูงถึง 4.4 แสนล้านยูโร (ราว 17 ล้านล้านบาท) ส่วนเงินในกองทุนอีก 6 หมื่นล้านยูโร (ราว 2.3 ล้านล้านบาท) จะบริหารจัดการโดยคณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) และจะนำมาใช้พยุงสถานการณ์ในกรณีที่เกิดความจำเป็นเร่งด่วนทางการเงิน ส่วนเงินทุนที่เหลืออีก 2.5 แสนล้านยูโร (ราว 9.7 ล้านล้านบาท) มาจากไอเอ็มเอฟ

ในขณะที่เยอรมนี ซึ่งเป็นประเทศที่เจียดเงินเข้ากองทุนมากที่สุด พยายามกดดันให้ประเทศอื่นๆ ในยูโรโซนลดการใช้จ่ายของภาครัฐลงให้มากกว่านี้ เพื่อลดความเสี่ยงที่ประเทศที่เหลือในกลุ่มจะต้องขอความช่วยเหลือทางการเงินตามรอยกรีซ

ด้านนายกรัฐมนตรีแองเกลา แมร์เกิล ของเยอรมนีประกาศที่จะยกเยอรมนีให้เป็นตัวอย่างของการลดงบประมาณภาครัฐอย่างจริงจัง โดยตั้งเป้าหั่นงบประมาณลงถึง 8 หมื่นล้านยูโร (ราว 3.1 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2557 ด้วยลดเงินช่วยเหลือผู้ปกครองที่มีภาระเลี้ยงดูบุตร ลดตำแหน่งงานในภาครัฐถึง 1.5 หมื่นตำแหน่ง และชะลอโครงการขนาดใหญ่หลายโครงการ

แถลงการณ์ของกลุ่มประเทศยูโรโซนตอบรับแรงกดดันจากเยอรมนีด้วยการแสดงเจตนารมณ์ที่จะลดงบประมาณการใช้จ่ายภาครัฐอย่างมโหฬาร และอาจจำเป็นต้องขึ้นภาษีในกรณีที่จำเป็น พร้อมทั้งผลักดันการปฏิรูปโครงสร้างงบ ประมาณเพื่อลดขอบเขตการใช้จ่ายของภาครัฐ อาทิ การขยายกำหนดเกษียณอายุ เพื่อลดภาระด้านสวัสดิการหลังเกษียณที่รัฐต้องแบกรับ

นอกจากนี้ ที่ประชุมรัฐมนตรีคลังยูโรโซน ยังเห็นพ้องที่จะกำหนดค่าปรับต่อประเทศที่ไม่สามารถปฏิบัติตามแผนการลดระดับงบประมาณขาดดุล พร้อมกันนั้นยังกำหนดระดับการเรียกค่าปรับใหม่ โดยก่อนหน้านี้อียูจะปรับประเทศสมาชิกที่ไม่สามารถควบคุมงบประมาณขาดดุลไม่ให้เกินระดับที่อียูกำหนดไว้ที่ 3% ของตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายใน (จีดีพี) ทว่า นับแต่นี้จะมีการทำการปรับในทันทีหากงบประมาณขาดดุลขึ้นมาแตะที่ 3% ซึ่งประเทศที่ไม่สามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดนี้ จะถูกปรับเป็นเงินสูงถึง 0.5% ของสัดส่วนจีดีพี จนกว่าจะควบคุมงบประมาณของตนในระดับที่กำหนดไว้

“ก่อนหน้านี้เราจะทำการปรับก็ต่อเมื่องบขาดดุลเกินระดับสีแดงที่ 3% แต่นับจากนี้แต่ละประเทศอาจประสบปัญหาเพียงแค่ข้ามขึ้นมาแตะระดับสีส้ม” แฮร์มัน ฟาน เดอ รอมพุย ประธานอียู กล่าวกับสำนักข่าวบลูมเบิร์ก

ขณะที่ไอเอ็มเอฟเรียกร้องให้ยูโรโซนริเริ่มการปฏิรูปในระดับพื้นฐานของเศรษฐกิจ พร้อมเตือนว่า ยูโรโซนกำลังเผชิญกับแรงกดดันจากนักลงทุนในตลาด เนื่องจากความล่าช้า และความไม่ตั้งใจจริงในการลดงบประมาณ

อย่างไรก็ตาม แรงกดดันที่ยูโรโซนต้องเผชิญในขณะนี้คือกระแสความไม่พอใจของสาธารณชนที่ได้รับผลกระทบจากการลดงบประมาณของภาครัฐ โดยเมื่อวันที่ 8 มิ.ย. สหภาพแรงงานต่างๆ ซึ่งเป็นตัวแทนข้าราชการถึง 3 ล้านคนในสเปน ประกาศนัดหยุดงานประท้วงเพื่อตอบโต้มาตรการลดเงินเดือนข้าราชการเป็นเงินรวม 1.5 หมื่นล้านยูโร (ราว 5.8 ล้านล้านบาท) ตามแผนการหั่นงบประมาณของรัฐบาลสเปน

อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีโฮเซ ลูอิส โรดริเกซ ซาปาเตโร แห่งสเปนประกาศเดินหน้าแผนการต่อไป แม้จะเผชิญกับแรงต่อต้านจากสหภาพแรงงาน และพรรคฝ่ายค้าน

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่