
Luxury Japan 17
ทานชาบูชาบูหมูดำกันเรียบร้อยแล้ว พวกเราก็เดินทางเข้าสู่เมืองฟูกุโอกะโดยรถไฟชิงกังเซนถึงสถานีปลายทาง
ทานชาบูชาบูหมูดำกันเรียบร้อยแล้ว พวกเราก็เดินทางเข้าสู่เมืองฟูกุโอกะโดยรถไฟชิงกังเซนถึงสถานีปลายทาง Hakata แล้วก็ต้องรีบเช็กอินพร้อมเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อร่วมงานเลี้ยงรับรอง ค่ำนี้เราพักกันที่โรงแรม Nikko Fukuoka ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กับสถานีรถไฟ Hakata สะดวกสุดๆ โดยเฉพาะท่านที่ชอบเรื่องทาน เพราะที่สถานีฮากาตะนั้นอุดมไปด้วยร้านอาหารมากมาย ขออธิบายกันอีกรอบเผื่อบางท่านยังไม่เข้าใจว่า นั่งรถไฟมาลง Fukuoka แต่ทำไมชื่อสถานีถึงเป็น Hakata เป็นเพราะสมัยก่อน Fukuoka และ Hakata นั้นเปรียบเสมือนฝั่งพระนครและฝั่งธนบุรีของกรุงเทพฯ นั่นเอง ในภายหลังยุบเหลือเพียง Fukuoka จึงคงชื่อบางอย่างไว้ให้จดจำ เช่น สถานี Hakata หรือ Hakata Ramen เป็นต้น
บนสถานี Hakata มีอาคารหลังใหม่เรียกว่า JR Hakata City เป็นแหล่งช็อปแหล่งกินแห่งใหม่ของเมืองฟูกุโอกะ เดิมที่นี่ก็คึกคักอยู่แล้ว แต่พอสร้างใหม่ยิ่งคึกคักกว่าเก่า เพราะใหญ่ขึ้นเยอะขึ้นและหรูหราขึ้น เบียดมาอยู่ระดับเดียวกับ Canal City และย่าน Tenjin ได้โดยไม่ยิ่งหย่อนกัน เพราะในอาคารใหม่ 10 ชั้นนั้น ประกอบด้วยห้าง Hakata Hankyu ที่กะจะมาดึงนักช็อปเกรดเอจากห้าง Daimaru Mitsukoshi และ Iwataya แห่งย่านเทนจิน มี Tokyo Hands มาแข่งกับ Loft นอกจากนี้ยังมี Amu Plaza ที่รวบรวมร้านค้าปลีกแบรนด์ท้องถิ่นดังๆ อย่างเช่น Urban Research, Ships, Beams, Ca4la เรียกว่าจากหัวจรดเท้ามีให้คุณครบใน 8 ชั้นแรก ส่วนชั้นที่ 9 และ 10 เป็น City Dining Koten โซนร้านอาหารในศูนย์การค้าที่จัดได้ว่าใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น เป็นที่รวบรวมร้านดังทั้งของท้องถิ่นและต่างถิ่นไว้มากมาย อาทิ ร้านสุกียากี้ Ningyocho Imahan ร้านเทมปุระ Ten Ichi Ginza ร้านหมูทอด Misokatsu Yabaton ร้านราเมง Hakata Ippudo รวมทั้งร้านชื่อดังจากเมืองไทย Coca Restuarant ก็มีด้วย นับๆ ดูแล้วก็ร่วม 50 ร้านได้ หลายร้านคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว แต่อีกหลายร้านก็ยังไม่รู้จักกันมาก่อน ผมซึ่งไม่ค่อยถูกปากกับอาหารในงานเลี้ยงรับรองสักเท่าไหร่ พอเสร็จจากงานปุ๊บก็รีบเผ่นมาหาอะไรใหม่ๆ ลองทานดู เดินๆ ดูไปเจอร้านนึงชื่อ TocToc ฟังดูแปลกดี ลักษณะร้านคล้ายๆ Izakaya ซึ่งเป็นร้านแนวที่ผมชอบอยู่แล้ว ก็เลยตัดสินใจเข้าร้านนี้
บรรยากาศของร้าน TocToc ดูสบายๆ การตกแต่งก็เก๋ โดยเฉพาะโคมไฟในร้านที่ใช้ขวดแก้วหลากสีมาดัดแปลง ซึ่งเข้ากันได้ดีกับผนังด้านข้างที่เรียงรายไปด้วยขวดเหล้านานาชนิด ผมได้ที่นั่งหน้าเคาน์เตอร์ที่มองเห็นตู้แช่ปลาและอาหารทะเล ทะลุไปถึงครัว จานแรกที่เสิร์ฟมาเป็นอาหารท้องถิ่นของคนฮากาตะ เรียกว่า Okyuto ไปร้านไหนๆ ในฟูกุโอกะก็มักจะเจอจานนี้มาเรียกน้ำย่อยเสมอ Okyuto ทำมาจากสาหร่ายตากแห้งแล้วนำไปต้มกับเจลาตินจนมีลักษณะคล้ายวุ้น เวลาเสิร์ฟก็ตัดเป็นเส้นยาวคล้ายเส้นก๋วยเตี๋ยวแล้วราดด้วยซอสเปรี้ยว Ponsu หรือซอสงา ไปฟูกุโอกะถ้าไม่ได้ทาน Okyuto ก็เหมือนไปเชียงใหม่แล้วไม่ได้ทานน้ำพริกหนุ่มนั่นแหละครับ
ผมสั่ง Sashimi Moriawase มา 1 ที่ เพราะเห็นสารพัดปลานอนเรียงอยู่ในตู้ ก็รู้ว่าร้านนี้มีปลาเป็นเมนูเด่น ซึ่งก็ไม่ผิดหวังจริงๆ ซาชิมิถูกเสิร์ฟมาในจานแคบแต่ยาวฟุตกว่า มีของมาทั้งหมด 8 อย่าง แต่ละอย่างดีๆ ทั้งนั้น เช่น Akami Chutoro Shimaaji ที่ทั้งสดและอร่อย แต่ที่ถูกใจผมมากคือเจ้าหน้าที่ของร้านจะมาแนะนำว่าแต่ละชนิดคืออะไร และชุดไหนต้องทานกับซอสชนิดไหน เพราะเขามีมาให้ถึง 3 อย่าง และบางอย่างก็ไม่ต้องจิ้มซอสแต่จิ้มเกลือแทน ถัดจากซาชิมิก็เป็นมะเขือเทศสีแดงสดลูกเล็กและหวานมาก ทานเปล่าๆ ก็ได้หรือจะจิ้มกินกับเกลือก็อร่อย ปิดท้ายด้วยปลา Kampachi ย่างมิโสะ จานนี้อร่อยมากเช่นกัน เนื้อนุ่มเข้ากันได้ดีกับมิโสะที่กลมกล่อม ไม่เค็มจนเกินไป สรุปว่า TocToc เป็นร้านที่ผมจดไว้ว่าคราวหน้าต้องมาซ้ำอีกแน่นอน เพราะรอบนี้ทานอาหารในงานเลี้ยงมาแล้วส่วนนึง จะสั่งเยอะก็กลัวทานไม่หมดเสียดายของครับ
นอกจากร้าน TocToc แล้ว อีก 2 วันให้หลังผมยังไปลองทานซูชิมาอีกร้านนึงด้วย เพราะหนึ่งในเมนูที่เสิร์ฟบนรถไฟ Seven Stars เป็นเมนูจากร้าน Yamanaka แต่เนื่องจากคอร์สที่ผมได้ทดลองนั่งนั้น เป็นคอร์สสั้น 2 วัน 1 คืน จึงไม่มีโอกาสได้ทานฝีมือปั้นซูชิของร้านนี้ เมื่อสบโอกาสผมเลยแวบมาลองทานดูเอง ร้านนี้มีหลายสาขา บนชั้น 9 ของ JR Hakata City ก็มี แต่วันนั้นทั้งที่บนชั้น 9 และสำนักใหญ่แถวเทนจินที่นั่งเต็มหมด ผมเลยต้องดิ่งไปอีกสาขานึงซึ่งอยู่ไม่ไกล แค่เดินทะลุไปยังอีกฝั่งของสถานี ตรงใต้ถุนอาคารโรงแรม Centraza โชคดียังมีที่ เพราะสาขานี้ไม่เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยว ส่วนใหญ่ไปร้านบนตึกหรือสำนักใหญ่กันหมด โดยไม่รอช้าเพื่อทดสอบความสดของวัตถุดิบก็ต้องสั่งซาชิมิมาลองทาน ถ้าซาชิมิไม่ผ่านนี่แทบจะไม่ต้องลองซูชิเลย เพราะองค์ประกอบหนึ่งของซูชิคือวัตถุดิบที่สดใหม่ ผลของการทดสอบผ่านฉลุยครับ โดยเฉพาะหอยปีกนก (Torigai) นี่ถ้าไม่สดจริงจะคาวมาก ถัดมาเป็นปลา Hamo ที่นำไปลวกให้สะดุ้งแล้วแช่ในน้ำแข็ง เนื้อปลาจึงทั้งนุ่มและหนึบอร่อยมาก จานหลักเป็น Sushi Omakase หรือชุดตามใจพ่อครัว เวลาไปทานร้านดีๆ สั่งชุดนี้ หรือไม่ก็ต้องชุด Kaiseki รับรองไม่มีผิดหวัง เพราะพ่อครัวเขาจัดเต็มจริงๆ ชุด Omakase นี้มีมาสารพัดทั้งหมึก กุ้ง ปลา ปลาไหล และไข่ม้วน ที่โดดเด่นที่สุดก็น่าจะเป็นไข่ปลาแซลมอน (Ikura) ท็อปปิ้งด้วยไข่หอยเม่น (Uni) คำนี้ถือเป็น Signature Item ของร้าน Yamanaka เพราะไม่มีความคาวของวัตถุดิบทั้งสองอย่างเลย มีแต่ความลงตัวของรสชาติ คำนี้อร่อยสุดๆ ครับ ปิดท้ายด้วย Makimono ไส้กุ้งและบวบ มื้อนี้จึงทั้งอิ่มอร่อยและสมราคา หลายท่านอาจจะนึกว่าซูชิที่บริการลูกค้าระดับเจ็ดดาวคงต้องแพงมาก แต่พอตอนจ่ายเงินกลับไม่แพงอย่างที่คิด
ใครมาพักแถวเทนจินหรือคาแนลซิตี้ที่ฟูกุโอกะบ่อยแล้ว รอบหน้าถ้ามีโอกาส ลองไปนอนแถวสถานี JR Hakata ดูบ้าง จะได้มีโอกาสเปิดหูเปิดตาและหาของอร่อยๆ ทานกันครับ







