
มังกรหั่นดอกเบี้ยกระตุ้นศก.
จีนลดดอกเบี้ยเงินฝากเงินกู้ เซอร์ไพรส์ตลาดครั้งแรกในรอบ2ปี หวังกระตุ้นเศรษฐกิจที่กำลังซบเซา หลังจีดีพีส่อแววขยายตัวต่ำกว่าเป้าหมาย
จีนลดดอกเบี้ยเงินฝากเงินกู้ เซอร์ไพรส์ตลาดครั้งแรกในรอบ2ปี หวังกระตุ้นเศรษฐกิจที่กำลังซบเซา หลังจีดีพีส่อแววขยายตัวต่ำกว่าเป้าหมาย
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ธนาคารกลางของจีน (พีบีโอซี) ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเป็นครั้งแรกในรอบ2 ปี โดยลดระดับดอกเบี้ยเงินฝากรายปีลงอีก 0.25% เหลือเพียง 2.75% และลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ 0.40% ลงไปอยู่ที่5.6% ซึ่งมีผลบังคับใช้วันที่ 22 พ.ย.นี้ทันทีซึ่งมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่กำลังอยู่ในภาวะซบเซา และมีแนวโน้มจะพลาดเป้าการเติบโตเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี1999
ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวนับว่าสอดคล้องกับท่าทีของธนาคารกลางยุโรป(อีซีบี) และธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ที่ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมสวนทางกับธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่ได้ยุติมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี)แล้ว
"เป็นสิ่งที่ถูกต้องที่ควรกระทำเป็นอย่างยิ่ง โดยอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมากท่ามกลางการเติบโตของเศรษฐกิจและเงินเฟ้อที่ชะลอตัวลง ซึ่งได้กระทบกับสภาพคล่องและงบดุลของบริษัทต่างๆ อีกทั้งยังก่อให้เกิดสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย" หวางเถา หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของบริษัทให้บริการทางการเงิน ยูบีเอสเอจี ในฮ่องกง กล่าว
กระนั้นก็ตาม บลูมเบิร์กยังเปิดเผยเพิ่มเติมด้วยว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าวอาจจะยิ่งเป็นการเพิ่มปัญหาเรื่องหนี้สินโดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ(ไอเอ็ม เอฟ) ระบุว่า ปริมาณการกู้ยืมระหว่างปี 2009-2013 ที่เพิ่มขึ้นอย่างมากส่งผลให้เกิดปัญหาหนี้ ในระดับที่นำไปสู่วิกฤตธนาคารในระบบเศรษฐกิจประเทศอื่นๆ มาแล้ว
ด้านธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดประเมินว่า หนี้สินโดยรวมของจีนสูงถึง251% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(จีดีพี) เมื่อสิ้นเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งนับว่าปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 234% จากปี2013 และ 160% ในปี 2008
ก่อนหน้านี้ ธนาคารเอชเอสบีซี เปิดเผยตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (พีเอ็มไอ)เบื้องต้นของจีนในเดือน พ.ย. ว่าอยู่ที่ 50 จุด โดยปรับตัวลดลงจากเดือน ต.ค. ที่อยู่ที่50.4 จุด และถือว่าเป็นการปรับตัวลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 6 แล้ว ซึ่งเป็นผลมาจากความต้องการซื้อที่ไม่แน่นอนของต่างชาติและการผลิตส่วนเกินที่ส่งผลให้ภาคการผลิตชะลอตัวลง







