
ธุรกิจอาเซียนผงาด โตแรงมูลค่าตลาดพุ่งพรวด!
เว็บไซต์ข่าวสารด้านธุรกิจนิกเกอิ เอเชียน รีวิว ของญี่ปุ่น รายงานอ้างข้อมูลการจัดอันดับของแฟคท์เซท
เว็บไซต์ข่าวสารด้านธุรกิจนิกเกอิ เอเชียน รีวิว ของญี่ปุ่น รายงานอ้างข้อมูลการจัดอันดับของแฟคท์เซท บริษัทจัดทำข้อมูลด้านการเงินว่า บริษัทในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) กำลังอยู่ในช่วงเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยบริษัทมากกว่า 44 แห่งที่มีมูลค่าตามราคาตลาดสูงจนถึงเดือน ต.ค. ปี 2014 มากกว่า 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3.2 แสนล้านบาท) เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งมีเพียงแค่ 34 บริษัทเท่านั้น
บริษัทที่มีมูลค่าสูงสุดในอาเซียนคือ สิงคโปร์ เทเลคอมมูนิเคชั่นส์ (สิงเทล) ผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคมที่ไม่เพียงแต่เป็นผู้นำตลาดภายในประเทศเท่านั้น ทว่ายังขยายกิจการผ่านการเข้าไปลงทุนในหุ้นของบริษัทให้บริการมือถือในประเทศอื่นๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นสิงเทล ออพตุส ในออสเตรเลีย ภารตี แอร์เทล ในอินเดีย หรือแม้กระทั่งแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) ในไทย
หากมองในภาพรวมระดับโลกแล้ว เครือสิงเทลมีจำนวนผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือมากกว่า 500 ล้านคนและกำไรส่วนใหญ่ก็มาจากตลาดต่างประเทศ พร้อมกันนั้น สิงเทลยังมีแผนการที่จะพัฒนากลุ่มลูกค้าให้เพิ่มการใช้งานอินเทอร์เน็ตบนสมาร์ทโฟนและการตลาดดิจิทัลอีกด้วย
“สิงเทลอยู่ในสถานะที่สามารถใช้โอกาสในการเติบโตของธุรกิจตลาดดิจิทัลที่รวดเร็วนี้ได้”ฉั่วช็อกคุง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของสิงเทล กล่าวอย่างมั่นใจ
ในขณะเดียวกัน บริษัท ปตท. ของไทยแม้จะรั้งอันดับ 3 ในแง่ของมูลค่าตลาด แต่หากมองในเรื่องของผลกำไรแล้ว ปตท. มีกำไรสุทธิ 3,074 ล้านเหรียญสหรัฐ สูงที่สุดในอาเซียน และเป็นบริษัทเดียวที่ทำกำไรได้มากกว่า 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐในปีนี้ ส่วนใน 100 อันดับนี้มีบริษัทไทยติดอันดับอยู่ถึง 20 บริษัททีเดียว
ดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร ซีอีโอของ ปตท. ระบุว่าทางบริษัทต้องการเปลี่ยนจากบริษัทด้านทรัพยากร มาเป็นบริษัทด้านองค์ความรู้ และใช้ทั้งนวัตกรรมใหม่ๆ ควบคู่ไปกับการมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม
“ปตท. ตั้งใจจะใช้เทคโนโลยีสีเขียวเพื่อช่วยให้บริษัทเติบโต และทำให้การเติบโตนั้นยั่งยืน” ซีอีโอของบริษัทด้านพลังงานในไทยระบุ
รายงานยังระบุอีกว่า ทรู คอร์ปอเรชั่น บริษัทเครือข่ายมือถือที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของไทยมีการเติบโตของมูลค่าการตลาดเพิ่มขึ้นกว่า 9 เท่า ภายในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ขึ้นแท่นบริษัทที่มีการเติบโตของมูลค่าการตลาดมากที่สุดในอาเซียน
แม้ว่าจะมีผลกำไรติดลบมา 3 ปีติดต่อกัน และค้างชำระหนี้ที่มีดอกเบี้ยสูง และจำนวนผู้ใช้เริ่มชะลอตัว ทว่า ภายหลังจากที่ทรูประกาศเปิดทางให้ไชน่าโมบายล์ บริษัทสื่อเบอร์ 1 ของโลกสัญชาติจีนเข้ามาถือหุ้น 18% ในเดือน มิ.ย. ก็ส่งผลให้หุ้นของทรูทยอยปรับขึ้น
นอกจากนี้ หุ้นของโรงพยาบาลก็กำลังอยู่ในขาขึ้น เนื่องจากอาเซียนมีชื่อเสียงในด้านการเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ (บีจีเอส) ก็ดึงดูดนักลงทุนจำนวนมากจากการขยายกิจการจากการควบรวมและเข้าซื้อกิจการ จนได้ตำแหน่งโรงพยาบาลเอกชนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศ
บีจีเอชยังต้องการขยายการเติบโตออกไปนอกตลาดไทย โดยมีเป้าหมายที่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ที่จะมีการรวมกลุ่มในปี 2015 และจะสร้างโรงพยาบาลทั้งในลาว และพม่า ในขณะเดียวกันก็เตรียมจะเปิดโรงพยาบาลในมณฑลยูนนานของจีน เพื่อรองรับลูกค้าจากแดนมังกรที่มีกำลังการบริโภคมากขึ้น
อีกหนึ่งปัจจัยที่ขับเคลื่อนมูลค่าการตลาดในอาเซียนก็คือการใช้จ่ายของผู้บริโภค บริษัทอาหารและเครื่องดื่มของฟิลิปปินส์อย่างยูนิเวอร์แซล โรบินา ก็เป็นยักษ์ใหญ่ในวงการอาหารในภูมิภาค และมีโครงการจะบุกตลาดพม่าด้วยงบประมาณ 30 ล้านเหรียญสหรัฐเร็วๆ นี้
“เราต้องการเป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงด้านอาหารในอาเซียน ซึ่งมีการดำเนินงานทั่วภูมิภาค และถ้าหากมองในมุมของผลประกอบการและการเติบโตแล้ว เราถือเป็นหนึ่งในผู้เล่นสำคัญเลยทีเดียว ในปีหน้า เราคาดว่าจะมีรายได้จากการขายอาหารกว่า 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ” แลนซ์ โกคองเหว่ย ซีอีโอของยูนิเวอร์แซล โรบินาระบุ
ทั้งนี้ แม้ว่าญี่ปุ่น จีน และสหรัฐต่างมีบริษัทขนาดใหญ่เป็นปริมาณมากกว่าก็ตาม แต่การที่ธุรกิจในอาเซียนมีมูลค่าการตลาดเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ก็เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตอย่างรวดเร็วของภูมิภาคนี้







