
เผยเหตุ! ผู้ประท้วงแดนจิงโจ้ฝังศีรษะในทราย
กลุ่มผู้ประท้วงออสเตรเลียฝังศีรษะในทราย ประท้วงผู้นำเชิงสัญลักษณ์ ไม่บรรจุวาระการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในการประชุมสุดยอดจี20
กลุ่มผู้ประท้วงออสเตรเลียฝังศีรษะในทราย ประท้วงผู้นำเชิงสัญลักษณ์ ไม่บรรจุวาระการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในการประชุมสุดยอดจี20
รอยเตอร์สรายงานว่า ผู้ประท้วงชาวออสเตรเลียมากกว่า 400 คน รวมตัวบริเวณหาดบอนได บีช สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของนครซิดนีย์ เพื่อฝังศีรษะของตนเองลงไปในทรายบริเวณชายหาด ประท้วงรัฐบาลแดนจิงโจ้ที่ไม่เต็มใจบรรจุประเด็นเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในวาระการประชุมสุดยอดจี20 ที่จัดขึ้นช่วงวันหยุดสุปดาห์
กลุ่มผู้ประท้วงกล่าวหาว่า นายกรัฐมนตรี โทนี แอบบอตต์ ของออสเตรเลีย ล้มเหลวในการผลักดันให้เกิดข้อตกลงระหว่างสหรัฐและจีน ในประเด็นการจำกัดการปล่อยก๊าซคาร์บอน เมื่อวันพุธที่ผ่านมา
"โอบามาเป็นหนึ่งในคณะกรรมการ สีจิ้นผิงเป็นหนึ่งในคณะกรรมการ ทุกคนเป็นคณะกรรมการ ยกเว้นผู้ชายเพียงคนเดียว" ผู้ประท้วงตะโกนผ่านโทรโข่ง โดยมีกลุ่มผู้สนับสนุนตะโกนกลับมาว่า "โทนี แอบบอตต์"
การฝังศีรษะลงไปในทรายดังกล่าว เป็นการเลียนแบบการกระทำของ "นกกระจอกเทศ" ที่มักจะมุดหัวลงในทราย รอให้ปัญหาหรืออันตรายผ่านพ้นไป โดยการประท้วงในลักษณะดังกล่าว ถิอเป็นการล้อเลียนผู้นำออสเตรเลียว่า เพกเฉยกับสิ่งที่ผู้ประท้วงเห็นว่าเป็นภัยคุกคามที่ร้ายแรง ในเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียเคยเปรียบเปรยว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในเชิงวิทยาศาสตร์เป็นเรื่องไร้สาระ เมื่อปี 2009 แถมยังยืนยันว่า ถ่านหินเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับมนุษยชาติ นอกจากนั้น ทางการออสเตรเลียยังยกเลิกภาษีคาร์บอนที่บริษัทผู้ปล่อยก๊าซเรือนกระจก เมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมาด้วย อย่างไรก็ดี ปัจจุบัน ออสเตรเลียเป็นประเทศเดียวที่ยอมปรับเปลี่ยนท่าทีในเรื่องดังกล่าวแล้ว
ด้าน จัสติน ฟิลด์ อดีตเจ้าหน้าที่ข่าวกรองของกองทัพ จากพรรคกรีน ซึ่งเป็นพรรคการเมืองหลักการสีเขียว ระบุว่า ออสเตรเลียต้องดำเนินการในเรื่องดังกล่าว เพื่อให้ประเทศพัฒนาแล้วที่เหลือรู้สึกตะขิดตะขวงใจในความก้าวหน้าของออสเตรเลีย







